อนุสรณ์สมรภูมิบ้านขุนโลก: ถอดรหัสยุทธวิธี "นายจันหนวดเขี้ยว-ขุนสรรค์" ดับเครื่องชนทัพอากาปันคยี ชัยชนะครั้งใหญ่ของค่ายบางระจัน
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
หัวข้อสำรวจ: วัดขุนโลก (เถรโลก) อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ตอนที่ ๓ "ศึกบางระจันกับวัดขุนโลก"
เนื้อหาต้นฉบับ - จัดข้อความให้เป็นระเบียบ
ในปี พ.ศ. ๒๓๐๗ กองทัพพม่าภายใต้การนำของเนเมียวสีหบดี ยกเข้าทางด่านระแหงแขวงเมืองตาก โดยกวาดต้อนผู้คนตัดกำลังของกรุงศรีอยุธยาทางหัวเมืองเหนือ ลงมาเรื่อย ๆ จน ถึง ต้นเดือนมกราคม พ.ศ.๒๓๐๘
กองทัพของเนเมียวสีหบดีเข้ามาตั้งค่ายใหญ่อยู่ที่เมืองวิเศษชัยชาญ และจัดให้ทหารพม่ากองหนึ่ง เที่ยวกวาดต้อนทรัพย์สินและผู้คนทางเมืองวิเศษชัยชาญ จนชาวเมืองวิเศษชัยชาญ เมืองสิงห์บุรี เมืองสรรคบุรี และชาวบ้านใกล้เคียง พากันคบคิดอุบายเพื่อล่อลวงทหารพม่า เอาไปฆ่า แล้วพากันหนีไป รวบพลกันที่บ้านระจัน (บางระจัน) เพื่อทำการต่อต้านพม่า จนมีกำลังพลมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทหารพม่าที่เมืองวิเศษชัยชาญได้ส่งกำลังพล มาเพื่อตีค่ายบ้านระจัน ถึงหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถตีค่ายบ้านระจันแตกได้ กลับเอาชีวิตไปตายเสียเป็นจำนวนมากหลายต่อหลายครั้ง
ในเพลานั้น "เนเมียวสีหบดี" แม่ทัพใหญ่ ได้เคลื่อนทัพใหญ่ไปอยู่ ณ "ปากน้ำพระประสบ" ใกล้พระนครศรีอยุธยาแล้ว เนเมียวสีหบดีได้แต่งกองทัพให้ยกมาตีค่ายบางระจันอีก เป็นครั้งที่ ๗ โดยให้ อากาปันคยีเป็นแม่ทัพคุมพล ๑,๐๐ฯ เศษ ไปตั้ง ณ "บ้านขุนโลก"
เมื่อชาวบ้านบางระจันรู้ข่าว นายจันหนวดเขี้ยวรีบนำทัพชาวบ้านพันกว่าคน เข้าจู่โจมทัพพม่าแบบไม่ให้ทันตั้งตัว โดยมีขุนสรรค์ ผู้ชำนาญอาวุธปืน คุมพลแม่นปืนคอยยิงป้องกันทัพม้าของพม่าในระยะไกล พม่ายังไม่ทันตั้งค่ายเสร็จ เมื่อถูกบุกอย่างกระทันหัน จึงถูกไล่ล่าฆ่าฟันตายหมดสิ้น รวมทั้งหัวหน้าค่ายก็ตายในที่รบ
เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของชาวบ้านบางระจัน ที่ทำให้ทัพพม่าต้องหยุดรบไปเนิ่นนานถึงครึ่งเดือน ดังนั้น "บ้านขุนโลก" จึงเป็นอนุสรณ์สถานการรบที่สำคัญครั้งหนึ่งของชาวบ้านระจัน ในครั้งนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin ค่ายบางระจัน
- Scorched Earth Policy & Flank Encirclement (ยุทธศาสตร์กวาดต้อนทำลายเสบียงและการรุกโอบปีก): ข้อเท็จจริงที่ท่านอาจารย์ระบุถึงทัพของ เนเมียวสีหบดี (Ne Myo Thihapate) ที่รุกเข้ามาทางด่านระแหง (เมืองตาก) ในปี พ.ศ. 2307 บ่งชี้ถึงยุทธวิธีนวัตกรรมการรบแบบใหม่ของราชวงศ์คองบอง (Konbaung Dynasty) ที่เน้นการกวาดต้อนกำลังพลและทรัพยากรตัดกำลังหัวเมืองเหนือของอยุธยาลงมาอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันการส่งกองทัพหนุนระลอกสอง ก่อนจะขยับเข้ายึดชุมทางยุทธศาสตร์สำคัญอย่าง เมืองวิเศษชัยชาญ และเคลื่อนศูนย์บัญชาการหลัก (Main Base) ไปตั้งที่ ปากน้ำพระประสบ (ชุมทางลุ่มน้ำทางตอนเหนือเกาะเมืองอยุธยา) เพื่อปิดล้อมกรุงศรีอยุธยาในขั้นเด็ดขาด
- Preemptive Strike Tactical Maneuver (ยุทธวิธีจู่โจมฉับพลันก่อนตั้งมั่น): รายละเอียดอันน่าทึ่งในบันทึกของท่านอาจารย์ที่อธิบายคราวศึกครั้งที่ 7 ณ บ้านขุนโลก แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพทางทหารของผู้นำชาวบ้านบางระจัน โดยเฉพาะ นายจันหนวดเขี้ยว ที่ใช้กลยุทธ์ "ชิงลงมือก่อน" (Preemptive Strike) เดินทัพทางไกลอย่างรวดเร็วเข้าตีหน่วยทหารพม่าของ อากาปันคยี (Aka Pankyi) ในขณะที่ข้าศึกอยู่ระหว่างกึ่งกลางการเคลื่อนพลและยังสร้างป้อมค่ายไม่เสร็จ (Unfortified Encampment) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กองทัพจะเปราะบางที่สุดในทางตำราพิชัยสงคราม
- Combined Arms Tactics & Firepower Cover (ยุทธวิธีผสมผสานกำลังพลและการยิงคุ้มกันระยะไกล): บันทึกของท่านอาจารย์ที่กล่าวถึงบทบาทของ ขุนสรรค์ ในฐานะผู้ชำนาญอาวุธปืน คุมพลแม่นปืนคอยยิงสกัดทัพม้าของพม่า (Cavalry Counter-measure) จัดเป็นองค์ความรู้ด้านโบราณคดีสมรภูมิที่สำคัญยิ่ง แสดงว่ากองกำลังชาวบ้านบางระจันมีการจัดกองทัพแบบผสมผสาน (Combined Arms) ไม่ได้ใช้เพียงอาวุธประชิดตัว แต่มีการใช้ อาวุธปืนคาบศิลา/ปืนไฟโบราณ (Matchlock/Flintlock Muskets) ในลักษณะกองพลปืนเล็กยาวเพื่อสร้าง "แนวฉากการยิง" (Firing Line) กดดันและทำลายความได้เปรียบด้านความเร็วของหน่วยทหารม้าพม่า เปิดโอกาสให้ทัพราบส่วนหลักของนายจันหนวดเขี้ยวเข้าประจัญบานได้อย่างเต็มอัตราศึก จนสามารถสังหารแม่ทัพอากาปันคยีและทหารพม่าได้ทั้งหมด
- Battlefield Archaeology of Ban Khun Lok (โบราณคดีสมรภูมิและพื้นที่ประวัติศาสตร์บ้านขุนโลก): ข้อสรุปของท่านอาจารย์ที่ปักหมุดให้ "บ้านขุนโลก" (อันเป็นที่ตั้งของวัดขุนโลกหรือวัดเถรโลกในปัจจุบัน) เป็นอนุสรณ์สถานการรบที่สำคัญ ถือเป็นข้อมูลสำคัญในการชี้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ประวัติศาสตร์ (Historical Geography) ชัยภูมิตำบลถอนสมอ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี แห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงที่ตั้งวัดวาอารามเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนกลาง-ตอนปลายตามที่สืบค้นในตอนก่อนหน้านี้ แต่พื้นที่รอบวัดขุนโลกแห่งนี้คือ "ลานสมรภูมิพลิกประวัติศาสตร์" (Turning Point Battlefield) ที่เคยชโลมด้วยเลือดเนื้อและความกล้าหาญของวีรชนค่ายบางระจัน ซึ่งสามารถหยุดยั้งพฤติกรรมการรุกรานของทัพพม่าได้นานถึงครึ่งเดือนอย่างเป็นรูปธรรมครับท่านอาจารย์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น