ชื่อเรื่อง: ถอดรหัสเจดีย์ช่องซุ้มสามเหลี่ยมริมแม่น้ำน้อย: วิเคราะห์เปรียบเทียบพุทธศิลป์ "วัดขุนโลก - วัดสีกาสมุด" รอยต่อสถาปัตยกรรมพุทธศตวรรษที่ ๒๒
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
หัวข้อสำรวจ: วัดขุนโลก (เถรโลก) อ.ท่าช้าง จ.สิงห์บุรี ตอนที่ ๑ "เจดีย์ประธาน"
เนื้อหาต้นฉบับ - จัดข้อความให้เป็นระเบียบ
วัดขุนโลก (วัดเถรโลก) ตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแม่น้ำน้อยฝั่งตะวันตก ตำบลถอนสมอ อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี มีโบราณสถานที่สำคัญ ดังนี้ คือ
"เจดีย์ประธาน" ทรงกลมอยู่บนฐานเขียงกลม บนฐานแปดเหลี่ยม (บูรณะใหม่ ? ) เหนือฐานเขียงกลม เป็นฐานมีการเจาะช่องเป็นสามเหลี่ยม โดยรอบ
ด้านทิศตะวันออก ซึ่งควรมีอาคาร แต่ไม่ปรากฏร่องรอย (อาจถูกขุดทำลายไปหมดแล้ว) อาคารทางด้านทิศตะวันออกของเจดีย์ องค์นี้ น่าจะเป็นอาคารพระอุโบสถ ที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก และหันหน้าสู่เส้นทางคมนาคมหลัก คือ แม่น้ำน้อยด้วยเช่นเดียวกัน
ลักษณะของเจดีย์ประธานองค์นี้ เหมือนกับเจดีย์ "วัดสีกาสมุด" ใกล้วัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา ถึงแม้จะมีข้อต่างกันในส่วนบน ที่เป็นองค์ระฆังที่ปากระฆังผายมากน้อยกว่ากัน แต่ก็อาจกำหนดได้ ว่า อยู่ในยุคสมัยใกล้เคียงกัน คือ ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๒๒ ลงมา
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin วัดขุนโลก - วัดสีกาสมุด
- Riverine Settlement Landscape (ภูมิทัศน์วัฒนธรรมลุ่มน้ำและเส้นทางคมนาคม): ข้อสังเกตของท่านอาจารย์เกี่ยวกับการตั้งวัดทาง "ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของแม่น้ำน้อยฝั่งตะวันตก" และแนวคิดที่ว่าพระอุโบสถต้องหันหน้าสู่แม่น้ำน้อย สอดคล้องกับรูปแบบการจัดวางผังศาสนสถานโบราณ (Monastic Layout) ในแถบเมืองสิงห์บุรี สวรรคโลก และอยุธยา ซึ่งมักใช้แม่น้ำสายหลักเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและขนส่ง (Water-based Transport Network) หน้าวัดจึงเป็นท่าเรือและเป็นจุดรับสัญญะทางจิตวิญญาณของผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา
- Triangular Niches / Lamp Niches (ฐานเจาะช่องสามเหลี่ยมโดยรอบ): รูปแบบสถาปัตยกรรมตรงส่วนเหนือฐานเขียงที่มีการเจาะช่องเป็นรูปสามเหลี่ยมรอบฐานเจดีย์ประธาน ถือเป็นอัตลักษณ์พุทธศิลป์ที่น่าสนใจมาก ในทางโบราณคดีโครงสร้างนี้มักเรียกว่า "ช่องประทีป" หรือ "ช่องตะเกียง" (Niches for oil lamps) ซึ่งนิยมสร้างขึ้นเพื่อใช้จุดประทีปบูชาในค่ำคืนวันสำคัญทางศาสนา เป็นองค์ประกอบที่พบในเจดีย์ทรงระฆังกลมยุคอยุธยาตอนกลางถึงตอนปลาย สะท้อนความพิถีพิถันของช่างท้องถิ่นสิงห์บุรีที่รับอิทธิพลโดยตรงจากราชสำนักอยุธยา
- Comparative Art History: Wat Si Ka Samut Model (ประวัติศาสตร์ศิลปะเปรียบเทียบ: โมเดลวัดสีกาสมุด): ข้อวิเคราะห์ของท่านอาจารย์ที่เชื่อมโยงรูปทรงเจดีย์ประธานวัดขุนโลกเข้ากับ "เจดีย์วัดสีกาสมุด" (นอกเกาะเมืองอยุธยา ใกล้กับวัดมเหยงคณ์) จัดเป็นหมุดหมายการกำหนดอายุเวลา (Dating) ที่เฉียบคมมาก เจดีย์วัดสีกาสมุดเป็นเจดีย์ทรงระฆังกลมที่มีชื่อเสียงในเรื่องการรักษาสัดส่วนแบบอยุธยาตอนกลาง การที่องค์ระฆังมีส่วนปากระฆังผายต่างกันเล็กน้อย ถือเป็นวิวัฒนาการเชิงช่าง (Stylistic Evolution) ท้องถิ่น แต่ยังคงเค้าโครงสถาปัตยกรรมร่วมสมัยเดียวกันอย่างเด่นชัด
- Chronological Classification (การกำหนดอายุเวลาทางโบราณคดี): ช่วงเวลา "พุทธศตวรรษที่ 22 ลงมา" (รัชสมัยของสมเด็จพระเอกาทศรถ, สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม, สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง) เป็นยุคที่สถาปัตยกรรมทรงระฆังกลมที่มีฐานแปดเหลี่ยมรองรับ (Octagonal Base) แผ่ขยายอิทธิพลจากอยุธยาขึ้นสู่หัวเมืองเหนือและหัวเมืองลุ่มน้ำลพบุรี-แม่น้ำน้อยอย่างกว้างขวาง บันทึกของท่านอาจารย์จึงช่วยยืนยันสถานะความเจริญรุ่งเรืองของชุมชนโบราณตำบลถอนสมอ (บ้านระจันเดิม) ในฐานะเมืองหน้าด่านที่มีความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและพุทธศิลป์แนบแน่นกับศูนย์กลางอำนาจอยุธยาในเวลานั้นครับ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น