วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ถอดรหัสลับกรอบหน้าบันคายนาค: วิเคราะห์สถาปัตยกรรมนอกตำรา "ฝีมือช่างอิสระเมืองเถิน" ณ วิหารวัดบ้านนาไร่

 ถอดรหัสลับกรอบหน้าบันคายนาค: วิเคราะห์สถาปัตยกรรมนอกตำรา "ฝีมือช่างอิสระเมืองเถิน" ณ วิหารวัดบ้านนาไร่

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์

บันทึกเมื่อ: วันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ (ทริป เถิน – ลำปาง ๒๓-๒๗ เมษายน ๒๕๖๙)

วันที่ ๓ ตอน ๘: ..." ความพิเศษของหน้าบันวัดบ้านนาไร่ "

ด้านหน้าของวิหารวัดบ้านนาไร่ แกะสลักไม้ประดับกระจกแตกต่างไปจากหน้าบันที่อื่น ๆ กล่าวคือ ช่อฟ้า ทำเป็นรูปหัวหงส์ หรือ นก (ครุฑ) จับหางนาค กรอบหน้าบัน (นาครวย) ลงมาที่ปลายหรือส่วนที่เรียกว่า(หางหงส์) กลับมีตัวมกร (มีขาหน้า) คายหัวนาค (หางหงส์) เลยจะเรียกชื่อชิ้นส่วนของกรอบหน้าบันนี้ ว่าอะไรดี ?

ส่วนเรื่องราวที่สลักอยู่บนหน้าบัน (ตะวันออก) แบ่งเป็น ๓ ตอน

ตอนบนหน้าจั่ว สลักเป็นรูปเทพพนมในลายเครือเถา

ท่อนกลางใต้หน้าจั่ว หรือเป็นส่วนที่เรียกว่าทับหลัง แกะสลักเป็นรูป กองทัพวานรรบกับพญาอสูร (ตนเดียว)

และส่วนท่อนล่างที่เป็นรวงผึ้ง แกะเป็นรูปราชสีห์ ๒ ตัว หันหน้าเข้าหานกยูง ที่ยืนอยู่บนดอกไม้แตกกิ่งก้านเป็นลายเครือเถาว์ ออกดอกตูมบานไปทั่วทั้งพื้นที่ ในท่ามกลางของลายเครือเถาว์

ฝีมือช่างเป็นอิสระมาก ไม่อยู่ในกรอบรูปแบบของช่างที่คุ้นเคย จนอาจเรียกได้ว่า เป็นสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแบบท้องถิ่นของเมืองเถินโดยเฉพาะ ก็ย่อมได้

ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • The Riddle of Makara-Naga Bargeboard (ปริศนาคำเรียกขานกรอบหน้าบันมกรคายนาค): ประเด็นที่ท่านอาจารย์ตั้งคำถามชวนคิดว่าควรจะเรียกชื่อชิ้นส่วนกรอบหน้าบันนี้ว่าอย่างไรดี เนื่องจากมีสัณฐานพิเศษตรงปลายที่เป็น มกร (มีขาหน้า) คายหัวนาค แทนที่จะเป็น "หางหงส์" แบบภาคกลางธรรมดา ในทางวิชาการและระบบสล่าล้านนา ศิลปกรรมลักษณะนี้จัดเป็นระบบผสมผสาน (Hybridization) ที่งดงามยิ่ง ในสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณมักเรียกชิ้นส่วนกรอบหน้ารวม ๆ ว่า "นาคทัณฑ์" หรือ "ตวย" (หากทำหน้าที่ค้ำยัน) แต่ในกรณีที่เป็นกรอบตัวลำยองทอดลงมา บางแห่งจะนิยามว่า "กรอบนาครวยทรงมกร" หรือ "มกรคายนาคประดับหางหงส์" ซึ่งโครงสร้างที่ปรากฏเท้าหน้าของมกรอย่างชัดเจน ถือเป็นการสืบทอดอิทธิพลศิลปะล้านนาผสมพม่า (Mandalay/Shan State Influence) ที่สะท้อนผ่านเข้ามาทางฝั่งเมืองเถินได้อย่างน่าอัศจรรย์
  • Tripartite Iconography (คติการแบ่งเรื่องราวหน้าบันเป็น 3 ตอน): การวิเคราะห์แบ่งส่วนหน้าบันฝั่งทิศตะวันออกเป็น 3 ตอนของท่านอาจารย์ สะท้อนความเข้าใจในระบบจักรวาลวิทยา (Cosmological Hierarchy) บนงานสถาปัตยกรรม:
  • ท่อนบน (หน้าจั่ว): รูปเทพพนมในลายเครือเถา สื่อถึงสวรรค์ชั้นฟ้าอันเป็นที่สถิตของทวยเทพ
  • ท่อนกลาง (หน้าบันตอนล่าง/ทับหลัง): เรื่องราว รามเกียรติ์ ตอน "กองทัพวานรรบกับพญาอสูร" (พญายักษ์ทศกัณฐ์) เป็นสัญลักษณ์แห่งการต่อสู้ระว่างธรรมะและอธรรมตามคติราชสำนักและพื้นถิ่น
  • ท่อนล่าง (รวงผึ้ง/แหนบ): รูป "ราชสีห์หันหน้าเข้าหานกยูง" ในลายเครือเถาว์ ถือเป็นสัญลักษณ์มงคลและเป็นอัตลักษณ์สำคัญของศิลปะภาคเหนือ นกยูง (สัญญะแห่งพระอาทิตย์หรือความเจริญรุ่งเรืองในคติล้านนา) รายล้อมด้วยราชสีห์ (อำนาจตบะเดชา) ถือเป็นการจัดองค์ประกอบ (Composition) ที่เต็มไปด้วยพลวัตและความมีชีวิตชีวา
  • Vernacular Style of Mueang Thoen (ศิลปะสถาปัตยกรรมแบบท้องถิ่นเมืองเถิน): ทัศนะของท่านอาจารย์ที่ว่า "ฝีมือช่างเป็นอิสระมาก... จนอาจเรียกได้ว่าเป็นศิลปกรรมแบบท้องถิ่นของเมืองเถินโดยเฉพาะ" จัดเป็นข้อสรุปที่เฉียบคมและทรงคุณค่าต่อวงการประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างยิ่ง เนื่องจากเมืองเถินเป็นเมืองหน้าด่านและจุดเชื่อมต่อระหว่างวัฒนธรรมล้านนาตอนล่าง สุโขทัย และอยุธยา ทำให้นายช่างหรือ "สล่าท้องถิ่น" (Local Artisans) ไม่ถูกจำกัดด้วยขนบของราชสำนักหลวง (ศูนย์กลางเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ) พวกเขาจึงมีอิสระในการตีความสัดส่วนและผสมผสานรูปสัตว์หิมพานต์ ลายเครือเถาว์ดอกตูมบาน และเทคนิคแกะไม้ประดับกระจกจ๊าง (กระจกจลนำ) ออกมาเป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่น (Vernacular Eclecticism) ที่งดงามและแปลกตาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแอ่งเถินโดยแท้จริง













ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น