วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569

ข้ามขอบฟ้าทะเลทราย: จากเตหราน (Tehran) สู่เมืองมรดกโลกยาซด์ (Yazd) กับความอัศจรรย์เหนือผืนทราย

ข้ามขอบฟ้าทะเลทราย: จากเตหราน (Tehran) สู่เมืองมรดกโลกยาซด์ (Yazd) กับความอัศจรรย์เหนือผืนทราย

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 1)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
เริ่มต้นเช้าวันใหม่กับตารางเวลา 7-8-9 ตามธรรมเนียมการเดินทาง หลังจัดการอาหารเช้าและรวมตัวกันที่ล็อบบี้โรงแรมเรียบร้อยแล้ว คณะเราออกเดินทางผ่านความจอแจของตึกสูงและแฟลตที่พักอาศัยใน กรุงเตหราน (Tehran) มุ่งหน้าสู่สนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางต่อไปยัง เมืองยาซด์ (Yazd) โดยสายการบิน อิหร่านแอร์ (Iran Air) เที่ยวบินที่ IR 294

ความประทับใจเริ่มตั้งแต่ในห้องพักผู้โดยสารที่จัดที่นั่งแบบเอนนอนไว้ให้พักผ่อนระหว่างรอเครื่อง เมื่อถึงเวลาเดินทางราว 10.00 น. เครื่องทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ตลอดระยะเวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ภาพเบื้องล่างคือทัศนียภาพที่แปลกตาของ ทะเลทราย (Desert) อันกว้างใหญ่ เห็นทิวเขาโล้นที่มีหลืบร่องน้ำแห้งแตกแขนงเป็นริ้วบนผืนทรายสีเหลือง

ท่ามกลางความแห้งแล้งนั้น ยังมีบ้านเรือนรูปกล่องเล็กๆ แทรกตัวอยู่ตามเชิงเขาเป็นระยะ ชวนให้สงสัยถึงการปรับตัวของชีวิตในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ภาพลวงตาบนพื้นทรายทำให้ภูเขาและท้องฟ้าดูกลมกลืนจนแยกไม่ออก จนกระทั่งเครื่องเข้าใกล้เมืองยาซด์ จึงเริ่มเห็นสีเขียวของต้นไม้แทรกแซมเข้ามาในกลุ่มบ้านเรือนให้ได้ชื่นใจ


















ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • Yazd (เมืองยาซด์): เมืองเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมดินดิบและการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศทะเลทรายที่แห้งแล้ง
  • Iran Air (IR): สายการบินแห่งชาติของอิหร่าน ซึ่งเส้นทางจากเตหะรานไปยาซด์เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อเมืองหลวงสู่หัวใจของทะเลทรายตอนกลาง
  • Kavir Desert Landscape: ลักษณะ "ร่องน้ำแห้ง" และ "ทิวเขาโล้น" ที่ท่านอาจารย์สังเกตเห็น คือลักษณะทางธรณีวิทยาเด่นของที่ราบสูงอิหร่าน (Iranian Plateau) ที่มีความหลากหลายของชั้นหินและสีสันของแร่ธาตุ
  • Domestic Airport (Mehrabad): สนามบินภายในประเทศที่ท่านอาจารย์กล่าวถึงคือ สนามบินเมหราบัด ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเตหะราน ต่างจากสนามบินนานาชาติอิหม่ามโคไมนีที่อยู่ห่างออกไป

มนต์เสน่ห์แห่งบาซาร์ (Bazaar): สัมผัสวิถีชีวิตและสีสัน "ตลาดปสาน" ในกรุงเตหราน

มนต์เสน่ห์แห่งบาซาร์ (Bazaar): สัมผัสวิถีชีวิตและสีสัน "ตลาดปสาน" ในกรุงเตหราน

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 5)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
เที่ยวชม "ตลาดบาซาร์" (Bazaar) แห่งหนึ่งในกรุง เตหราน (Tehran) ซึ่งเป็นตลาดขนาดย่อมแบบชาวบ้านทั่วไป ให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่เป็นกันเอง หลังจากใช้เวลาเดินชมและเลือกซื้อของอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง จึงได้พากันแยกย้ายไปตามอัธยาศัย

ในขณะที่คณะนักช้อปเดินหายเข้าไปในฝูงชนที่คึกคัก ผมเลือกที่จะกลับมานั่งพักที่ม้านั่งริมทาง เพื่อเฝ้ามองวิถีชีวิตของพลเมืองอิหร่านที่สัญจรไปมา ภาพที่เห็นคือความหลากหลายของสินค้าสดใหม่ ทั้งเนื้อแกะสดที่มีหัวห่อพลาสติกตั้งโชว์ เนื้อวัวสดๆ ที่เพิ่งลำเลียงลงจากรถ และปลาหลากหลายชนิดที่วางขายอยู่ในตลาด นอกจากสีสันของสินค้าแล้ว สิ่งที่สะดุดตาคือหญิงสาวชาวอิหร่านที่เดินผ่านไปมา ซึ่งแต่ละคนล้วนมีใบหน้าที่สวยคมคายตามแบบฉบับชาวเปอร์เซีย























ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • Bazaar (ตลาดปสาน): คำว่า "ปสาน" ในภาษาไทยมีรากศัพท์มาจากคำว่า "บาซาร์" ในภาษาเปอร์เซีย ซึ่งหมายถึงย่านการค้าที่เป็นหัวใจสำคัญของเมืองในแถบตะวันออกกลาง
  • Persian Cuisine & Markets: การจัดวางเนื้อแกะ (Lamb) และเนื้อวัว (Beef) สดๆ เป็นเอกลักษณ์ของตลาดสดในอิหร่าน เนื่องจากเนื้อสัตว์เหล่านี้เป็นวัตถุดิบหลักในอาหารพื้นเมือง
  • Tehran Local Life: บันทึกของท่านอาจารย์สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของตลาดระดับท้องถิ่น (Local Market) ซึ่งแตกต่างจากตลาดใหญ่ (Grand Bazaar) ทำให้เห็นวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาวเมืองเตหราน
  • Demographic Beauty: การกล่าวถึงความสวยคมของชาวอิหร่าน สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของชาวอารยัน (Aryan) หรือเปอร์เซียที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569

จากพระราชวังลี้ภัยสู่พิพิธภัณฑ์มรดกโลก: ย้อนรอยการปฏิวัติและจุดเปลี่ยนแห่ง "ซาอัดอาบัด" (Sa’ad Abad)

จากพระราชวังลี้ภัยสู่พิพิธภัณฑ์มรดกโลก: ย้อนรอยการปฏิวัติและจุดเปลี่ยนแห่ง "ซาอัดอาบัด" (Sa’ad Abad)

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 4)

ประวัติศาสตร์อิหร่านมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เริ่มจาก ราชวงศ์กอจาร์ (Qajar Dynasty) ที่ปกครองตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 19 และเป็นยุคบุกเบิกการค้าน้ำมันกับต่างชาติ จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติอิสลามในสมัย ราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi Dynasty) เมื่อปี ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) นำโดย อะยาโตเลาะฮ์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) ผู้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดของ "สาธารณรัฐอิสลาม" (Islamic Republic) ท่ามกลางสงครามอ่าวเปอร์เซียระหว่างอิรัก-อิหร่านที่กินเวลานานถึง 8 ปี

หลังการเสียชีวิตของโคไมนีในปี ค.ศ. 1989 อะยาโตเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งต่อ ตามมาด้วยผู้นำอีกหลายท่าน อาทิ ประธานาธิบดีคาตามี (Mohammad Khatami), ราฟซันจานี (Hashemi Rafsanjani) และประธานาธิบดีในขณะนั้นคือ มะมูดห์ อะห์มาดิเนจัด (Mahmoud Ahmadinejad)

ด้วยเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระราชวังซาอัดอาบัด (Sa’ad Abad Palace) ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์และพระราชินีฟาร่าห์ จึงถูกปรับเปลี่ยนมาเป็น พิพิธภัณฑ์ตำหนัก (Sa’ad Abad Palace Museum) และอาคารสำนักงาน ภายหลังการปฏิวัติ พระเจ้าซาร์ได้ลี้ภัยและสิ้นพระชนม์ในอียิปต์ ส่วนพระราชินีฟาร่าห์ประทับอยู่ในฝรั่งเศส และพระราชโอรสประทับอยู่ในอเมริกา พระราชวังแห่งนี้ประกอบด้วยตำหนักต่าง ๆ ถึง 7 หลัง บนเนื้อที่กว้างใหญ่กว่า 410 เฮกต้าร์ (ประมาณ 1,000,000 ตารางเมตร) ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นและอากาศดี

















































ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • Sa’ad Abad Complex: เดิมทีถูกสร้างขึ้นโดยราชวงศ์กอจาร์และขยายต่อในสมัยปาห์ลาวี ปัจจุบันเป็นสถานที่สำคัญทางการทูตและพิพิธภัณฑ์ที่มีเนื้อที่มหาศาลกว่า 1 ล้านตารางเมตร
  • Iranian Revolution (1979): เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นสาธารณรัฐอิสลาม ส่งผลให้พระราชวงศ์ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศตามที่ท่านอาจารย์ระบุ
  • Leaders of Iran: รายชื่อผู้นำตั้งแต่อะยาโตเลาะฮ์ โคไมนี จนถึงมะมูดห์ อะห์มาดิเนจัด ช่วยสร้าง Timeline ที่ชัดเจนให้กับผู้อ่านที่สนใจการเมืองตะวันออกกลาง
  • Historical Legacy: การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าซาร์ในอียิปต์ และการประทับของพระราชินีฟาร่าห์ในฝรั่งเศส เป็นรายละเอียดเชิงประวัติศาสตร์ที่ช่วยยืนยันสถานะการลี้ภัยทางการเมืองในระดับสากล

มรดกราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi Dynasty): ยลความงามพระราชวังซาอัดอาบัด (Sa'dabad Palace) และร่องรอยประวัติศาสตร์เปอร์เซีย

มรดกราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi Dynasty): ยลความงามพระราชวังซาอัดอาบัด (Sa'dabad Palace) และร่องรอยประวัติศาสตร์เปอร์เซีย

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 3)
ช่วงหลังอาหารกลางวัน เดินทางต่อไปชม พระราชวังซาอัดอาบัด (Sa'dabad Complex) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "พิพิธภัณฑ์ตำหนักขาว" (Mellat Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อใช้เป็นที่ประทับและที่ออกรับรองอาคันตุกะของ ราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi Dynasty)

หากย้อนมองหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานของอิหร่าน จะพบช่วงสมัยที่สำคัญอย่าง ราชวงศ์บูยิด (Buyid Dynasty) ต่อมาในปี ค.ศ. 1220 (พ.ศ. 1763) กองทัพทหาร มองโกล (Mongol Empire) ภายใต้การนำของ เจงกิสข่าน (Genghis Khan) ได้เข้ารุกรานสร้างความเสียหายมากมาย ทว่าในรุ่นลูกหลานอย่าง ราชวงศ์อีลข่าน (Ilkhanate) กลับเป็นผู้ส่งเสริมให้ศาสนาอิสลามรุ่งเรืองขึ้นในดินแดนแห่งนี้

เปอร์เซียกลับมามีอำนาจอีกครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 15 นำโดย ชาห์ อิสมาอิล (Shah Ismail I) สุลต่านองค์แรกของ ราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid Dynasty) หรือเปอร์เซียที่ 3 ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำของกลุ่มชาว ชีอะห์ (Shia) ก่อนที่ราชวงศ์นี้จะสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1772 (พ.ศ. 2315) ซึ่งนับเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยหนึ่งของเปอร์เซีย




































ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • Mellat Palace (White Palace): เป็นตำหนักที่ใหญ่ที่สุดในเขตพระราชวังซาอัดอาบัด โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างอิหร่านและยุโรป
  • Safavid Dynasty: มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานนิกายชีอะห์ให้เป็นศาสนาประจำชาติของอิหร่าน ซึ่งส่งผลต่ออัตลักษณ์ของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
  • Historical Timeline: บันทึกของท่านอาจารย์ได้สรุปช่วงเวลาสำคัญตั้งแต่การรุกรานของมองโกล (ค.ศ. 1220) ไปจนถึงจุดสิ้นสุดของเปอร์เซียในยุคราชวงศ์ซาฟาวิด (ค.ศ. 1772) ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญสำหรับนักวิจัยประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง