มรดกราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi Dynasty): ยลความงามพระราชวังซาอัดอาบัด (Sa'dabad Palace) และร่องรอยประวัติศาสตร์เปอร์เซีย
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 3)
ช่วงหลังอาหารกลางวัน เดินทางต่อไปชม พระราชวังซาอัดอาบัด (Sa'dabad Complex) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "พิพิธภัณฑ์ตำหนักขาว" (Mellat Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อต้นศตวรรษที่ 20 เพื่อใช้เป็นที่ประทับและที่ออกรับรองอาคันตุกะของ ราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi Dynasty)
หากย้อนมองหน้าประวัติศาสตร์อันยาวนานของอิหร่าน จะพบช่วงสมัยที่สำคัญอย่าง ราชวงศ์บูยิด (Buyid Dynasty) ต่อมาในปี ค.ศ. 1220 (พ.ศ. 1763) กองทัพทหาร มองโกล (Mongol Empire) ภายใต้การนำของ เจงกิสข่าน (Genghis Khan) ได้เข้ารุกรานสร้างความเสียหายมากมาย ทว่าในรุ่นลูกหลานอย่าง ราชวงศ์อีลข่าน (Ilkhanate) กลับเป็นผู้ส่งเสริมให้ศาสนาอิสลามรุ่งเรืองขึ้นในดินแดนแห่งนี้
เปอร์เซียกลับมามีอำนาจอีกครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 15 นำโดย ชาห์ อิสมาอิล (Shah Ismail I) สุลต่านองค์แรกของ ราชวงศ์ซาฟาวิด (Safavid Dynasty) หรือเปอร์เซียที่ 3 ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำของกลุ่มชาว ชีอะห์ (Shia) ก่อนที่ราชวงศ์นี้จะสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1772 (พ.ศ. 2315) ซึ่งนับเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยหนึ่งของเปอร์เซีย
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin
- Mellat Palace (White Palace): เป็นตำหนักที่ใหญ่ที่สุดในเขตพระราชวังซาอัดอาบัด โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างอิหร่านและยุโรป
- Safavid Dynasty: มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางรากฐานนิกายชีอะห์ให้เป็นศาสนาประจำชาติของอิหร่าน ซึ่งส่งผลต่ออัตลักษณ์ของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
- Historical Timeline: บันทึกของท่านอาจารย์ได้สรุปช่วงเวลาสำคัญตั้งแต่การรุกรานของมองโกล (ค.ศ. 1220) ไปจนถึงจุดสิ้นสุดของเปอร์เซียในยุคราชวงศ์ซาฟาวิด (ค.ศ. 1772) ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญสำหรับนักวิจัยประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น