วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569

มนต์เสน่ห์แห่งสวนสวรรค์: ลิ้มรสกาบัพ (Kebab) และสัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ณ Moshir-Al-Mamalek เมืองยาซ์ด (Yazd)

มนต์เสน่ห์แห่งสวนสวรรค์: ลิ้มรสกาบัพ (Kebab) และสัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ณ Moshir-Al-Mamalek เมืองยาซ์ด (Yazd)

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 4)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
คณะเราแวะกินอาหารกลางวันกันที่ Moshir-Al-Mamalek Hotel Garden ซึ่งเป็นสถานที่ที่โอ่อ่าจนดูเหมือนวังมากกว่าร้านอาหารทั่วไป การจัดตกแต่งเป็นระเบียบเรียบร้อยและสะอาดสะอ้าน ภายในห้องต่าง ๆ ประดับประดาด้วยโบราณวัตถุอย่างตะเกียงเจ้าพายุที่นำมาทำเป็นโคมไฟ นาฬิกาโบราณ และหีบสมบัติ รวมถึงภาพเขียนบนฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์และวรรณกรรมของอิหร่านอย่างวิจิตร

อาหารที่นี่เสิร์ฟแบบบุฟเฟต์ที่เน้นความสดใหม่ โดยเฉพาะสลัดผักที่ดูน่ากินไปเสียทุกอย่าง มี "นาน" (Naan) หรือแผ่นโรตีย่างเป็นเครื่องเคียงหลักสำหรับจิ้มกินกับแกงผักรวม ส่วนอาหารจานหลัก (Main Course) มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งข้าวสวยเม็ดเรียวยาวตามแบบฉบับเปอร์เซีย กินคู่กับ กาบัพ (Kebab) ที่มีให้เลือกทั้งไก่, แกะ, แพะ, เนื้อ และปลาเทราต์ ผมยังคงเลือก กาบัพเนื้อ (Beef Kebab) ซึ่งเป็นเนื้อบดเสียบไม้ปิ้งที่กินง่ายคล้ายหมูปิ้งบ้านเรา ตบท้ายด้วยการนั่งชมดอกไม้และดื่มเบียร์ไร้แอลกอฮอล์รสผลไม้ที่มีฟองซ่าเพิ่มความสดชื่นก่อนจะแยกย้ายกันไปหามุมถ่ายรูปตามใจชอบ











































ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • Moshir-Al-Mamalek Garden Hotel: เป็นโรงแรมและร้านอาหารที่ดัดแปลงมาจากสวนโบราณสมัยราชวงศ์กอจาร์ (Qajar Era) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกแห่งชาติของอิหร่าน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสวนแบบเปอร์เซีย (Persian Garden)
  • Kebab (กาบัพ): อาหารประจำชาติของอิหร่าน โดยเฉพาะ "Kabab Koobideh" หรือเนื้อบดผสมเครื่องเทศเสียบไม้ปิ้งที่ท่านอาจารย์กล่าวถึง เป็นเมนูยอดนิยมที่สุดในร้านอาหารอิหร่าน
  • Non-Alcoholic Beer: เนื่องจากกฎหมายศาสนาในอิหร่านห้ามดื่มแอลกอฮอล์ จึงมีการผลิตเบียร์ไร้แอลกอฮอล์ (Islamic Beer) ที่นิยมผสมรสผลไม้ เช่น มะนาว หรือทับทิม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การดื่มของที่นี่
  • Persian Naan: ขนมปัง "นาน" ในอิหร่านมีหลายประเภท เช่น Lavash หรือ Sangak ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของมื้ออาหารไม่ต่างจากข้าวในบ้านเรา

ยาซ์ด (Yazd): นิยามแห่งเมืองโอเอซิส ๓,๐๐๐ ปี และมรดกทางอารยธรรมท่ามกลางทะเลทรายคาวีร์

ยาซ์ด (Yazd): นิยามแห่งเมืองโอเอซิส ๓,๐๐๐ ปี และมรดกทางอารยธรรมท่ามกลางทะเลทรายคาวีร์

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 3)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
เมืองยาซ์ด (Yazd) คือจังหวัดที่ตั้งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของทะเลทรายภาคกลางถึง 3 แห่ง ได้แก่ ทะเลทรายคาวีร์ (Kavir Desert), คาวีร์ลุท (Kavir Lut) และ คาวีร์นามาค (Kavir Namak) ด้วยสภาพที่แห้งแล้งอย่างยิ่ง รัฐบาลจึงต้องรักษาระบบชลประทานโบราณที่เป็นท่ออุโมงค์ส่งน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงการเพาะปลูกไว้เลี้ยงดูพลเมือง

ยาซ์ดเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีประวัติย้อนไปได้ไกลถึง 3,000 ปีก่อนคริสตกาล เดิมเป็นที่ตั้งของ ชนเผ่ามีดีส (Medes) เผ่าพันธุ์ดั้งเดิมที่เรียกขานบริเวณนี้ว่า "ยซาทิซ" (Ysatis) จนกระทั่งก้าวเข้าสู่สมัยของจักรวรรดิ อะคีเมนิด (Achaemenid) จึงได้เปลี่ยนมาเรียกขานว่า "ยาซ์ด"

ในอดีต ยาซ์ดเคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดจนเป็นเมืองหลวงในสมัยราชวงศ์ Atabakan และ Mozaffarid จนเมื่อนักเดินทางชื่อก้องโลกอย่าง มาร์โค โปโล (Marco Polo) เดินทางมาถึงในปี ค.ศ. 1272 เขาได้บันทึกไว้ด้วยความประทับใจว่า "เมืองนี้จะต้องเป็นเมืองที่ดี และมีศิลปกรรมอันสูงด้วยการทำผ้าไหม" ด้วยความที่เป็นเมืองเดียวที่แยกตัวออกมาอยู่กลางทะเลทราย จึงทำให้ยาซ์ดกลายเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาและมีอัตลักษณ์สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


















ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • Qanat (ระบบส่งน้ำใต้ดิน): ท่ออุโมงค์ส่งน้ำที่ท่านอาจารย์กล่าวถึง คือภูมิปัญญา "กานาต" (Qanat) ซึ่งเป็นระบบชลประทานแบบอุโมงค์ใต้ดินที่ช่วยให้น้ำไม่ระเหยไปกับความร้อนของทะเลทราย เป็นหัวใจหลักที่ทำให้เมืองยาซ์ดอยู่รอดมาได้หลายพันปี
  • The Medes (มีดีส): เป็นกลุ่มชนเชื้อสายอารยันกลุ่มแรกๆ ที่วางรากฐานทางวัฒนธรรมในที่ราบสูงอิหร่าน ก่อนที่จะถูกผนวกเข้ากับจักรวรรดิเปอร์เซีย
  • Silk Road Connectivity: การที่มาร์โค โปโล ชื่นชมการทำผ้าไหม (Silk weaving) สะท้อนว่ายาซ์ดเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญบนเส้นทางสายไหม ที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างตะวันออกและตะวันตก
  • UNESCO World Heritage: ปัจจุบันเมืองประวัติศาสตร์ยาซ์ดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เนื่องจากเป็นเมืองที่สร้างด้วยดินเหนียว (Mud-brick) ที่ยังคงสภาพสมบูรณ์และมีการใช้งานจริงอยู่จนถึงทุกวันนี้

ข้ามขอบฟ้าทะเลทราย: จากเตหราน (Tehran) สู่เมืองมรดกโลกยาซด์ (Yazd) กับความอัศจรรย์เหนือผืนทราย

ข้ามขอบฟ้าทะเลทราย: จากเตหราน (Tehran) สู่เมืองมรดกโลกยาซด์ (Yazd) กับความอัศจรรย์เหนือผืนทราย

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 1)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
เริ่มต้นเช้าวันใหม่กับตารางเวลา 7-8-9 ตามธรรมเนียมการเดินทาง หลังจัดการอาหารเช้าและรวมตัวกันที่ล็อบบี้โรงแรมเรียบร้อยแล้ว คณะเราออกเดินทางผ่านความจอแจของตึกสูงและแฟลตที่พักอาศัยใน กรุงเตหราน (Tehran) มุ่งหน้าสู่สนามบินภายในประเทศ เพื่อเดินทางต่อไปยัง เมืองยาซด์ (Yazd) โดยสายการบิน อิหร่านแอร์ (Iran Air) เที่ยวบินที่ IR 294

ความประทับใจเริ่มตั้งแต่ในห้องพักผู้โดยสารที่จัดที่นั่งแบบเอนนอนไว้ให้พักผ่อนระหว่างรอเครื่อง เมื่อถึงเวลาเดินทางราว 10.00 น. เครื่องทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ตลอดระยะเวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ภาพเบื้องล่างคือทัศนียภาพที่แปลกตาของ ทะเลทราย (Desert) อันกว้างใหญ่ เห็นทิวเขาโล้นที่มีหลืบร่องน้ำแห้งแตกแขนงเป็นริ้วบนผืนทรายสีเหลือง

ท่ามกลางความแห้งแล้งนั้น ยังมีบ้านเรือนรูปกล่องเล็กๆ แทรกตัวอยู่ตามเชิงเขาเป็นระยะ ชวนให้สงสัยถึงการปรับตัวของชีวิตในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ภาพลวงตาบนพื้นทรายทำให้ภูเขาและท้องฟ้าดูกลมกลืนจนแยกไม่ออก จนกระทั่งเครื่องเข้าใกล้เมืองยาซด์ จึงเริ่มเห็นสีเขียวของต้นไม้แทรกแซมเข้ามาในกลุ่มบ้านเรือนให้ได้ชื่นใจ


















ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • Yazd (เมืองยาซด์): เมืองเก่าแก่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมดินดิบและการปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศทะเลทรายที่แห้งแล้ง
  • Iran Air (IR): สายการบินแห่งชาติของอิหร่าน ซึ่งเส้นทางจากเตหะรานไปยาซด์เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อเมืองหลวงสู่หัวใจของทะเลทรายตอนกลาง
  • Kavir Desert Landscape: ลักษณะ "ร่องน้ำแห้ง" และ "ทิวเขาโล้น" ที่ท่านอาจารย์สังเกตเห็น คือลักษณะทางธรณีวิทยาเด่นของที่ราบสูงอิหร่าน (Iranian Plateau) ที่มีความหลากหลายของชั้นหินและสีสันของแร่ธาตุ
  • Domestic Airport (Mehrabad): สนามบินภายในประเทศที่ท่านอาจารย์กล่าวถึงคือ สนามบินเมหราบัด ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองเตหะราน ต่างจากสนามบินนานาชาติอิหม่ามโคไมนีที่อยู่ห่างออกไป

มนต์เสน่ห์แห่งบาซาร์ (Bazaar): สัมผัสวิถีชีวิตและสีสัน "ตลาดปสาน" ในกรุงเตหราน

มนต์เสน่ห์แห่งบาซาร์ (Bazaar): สัมผัสวิถีชีวิตและสีสัน "ตลาดปสาน" ในกรุงเตหราน

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 5)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
เที่ยวชม "ตลาดบาซาร์" (Bazaar) แห่งหนึ่งในกรุง เตหราน (Tehran) ซึ่งเป็นตลาดขนาดย่อมแบบชาวบ้านทั่วไป ให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่เป็นกันเอง หลังจากใช้เวลาเดินชมและเลือกซื้อของอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง จึงได้พากันแยกย้ายไปตามอัธยาศัย

ในขณะที่คณะนักช้อปเดินหายเข้าไปในฝูงชนที่คึกคัก ผมเลือกที่จะกลับมานั่งพักที่ม้านั่งริมทาง เพื่อเฝ้ามองวิถีชีวิตของพลเมืองอิหร่านที่สัญจรไปมา ภาพที่เห็นคือความหลากหลายของสินค้าสดใหม่ ทั้งเนื้อแกะสดที่มีหัวห่อพลาสติกตั้งโชว์ เนื้อวัวสดๆ ที่เพิ่งลำเลียงลงจากรถ และปลาหลากหลายชนิดที่วางขายอยู่ในตลาด นอกจากสีสันของสินค้าแล้ว สิ่งที่สะดุดตาคือหญิงสาวชาวอิหร่านที่เดินผ่านไปมา ซึ่งแต่ละคนล้วนมีใบหน้าที่สวยคมคายตามแบบฉบับชาวเปอร์เซีย























ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • Bazaar (ตลาดปสาน): คำว่า "ปสาน" ในภาษาไทยมีรากศัพท์มาจากคำว่า "บาซาร์" ในภาษาเปอร์เซีย ซึ่งหมายถึงย่านการค้าที่เป็นหัวใจสำคัญของเมืองในแถบตะวันออกกลาง
  • Persian Cuisine & Markets: การจัดวางเนื้อแกะ (Lamb) และเนื้อวัว (Beef) สดๆ เป็นเอกลักษณ์ของตลาดสดในอิหร่าน เนื่องจากเนื้อสัตว์เหล่านี้เป็นวัตถุดิบหลักในอาหารพื้นเมือง
  • Tehran Local Life: บันทึกของท่านอาจารย์สะท้อนให้เห็นถึงบรรยากาศของตลาดระดับท้องถิ่น (Local Market) ซึ่งแตกต่างจากตลาดใหญ่ (Grand Bazaar) ทำให้เห็นวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาวเมืองเตหราน
  • Demographic Beauty: การกล่าวถึงความสวยคมของชาวอิหร่าน สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของชาวอารยัน (Aryan) หรือเปอร์เซียที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569

จากพระราชวังลี้ภัยสู่พิพิธภัณฑ์มรดกโลก: ย้อนรอยการปฏิวัติและจุดเปลี่ยนแห่ง "ซาอัดอาบัด" (Sa’ad Abad)

จากพระราชวังลี้ภัยสู่พิพิธภัณฑ์มรดกโลก: ย้อนรอยการปฏิวัติและจุดเปลี่ยนแห่ง "ซาอัดอาบัด" (Sa’ad Abad)

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 4)

ประวัติศาสตร์อิหร่านมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เริ่มจาก ราชวงศ์กอจาร์ (Qajar Dynasty) ที่ปกครองตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 19 และเป็นยุคบุกเบิกการค้าน้ำมันกับต่างชาติ จนกระทั่งเกิดการปฏิวัติอิสลามในสมัย ราชวงศ์ปาห์ลาวี (Pahlavi Dynasty) เมื่อปี ค.ศ. 1979 (พ.ศ. 2522) นำโดย อะยาโตเลาะฮ์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) ผู้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดของ "สาธารณรัฐอิสลาม" (Islamic Republic) ท่ามกลางสงครามอ่าวเปอร์เซียระหว่างอิรัก-อิหร่านที่กินเวลานานถึง 8 ปี

หลังการเสียชีวิตของโคไมนีในปี ค.ศ. 1989 อะยาโตเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งต่อ ตามมาด้วยผู้นำอีกหลายท่าน อาทิ ประธานาธิบดีคาตามี (Mohammad Khatami), ราฟซันจานี (Hashemi Rafsanjani) และประธานาธิบดีในขณะนั้นคือ มะมูดห์ อะห์มาดิเนจัด (Mahmoud Ahmadinejad)

ด้วยเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พระราชวังซาอัดอาบัด (Sa’ad Abad Palace) ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์และพระราชินีฟาร่าห์ จึงถูกปรับเปลี่ยนมาเป็น พิพิธภัณฑ์ตำหนัก (Sa’ad Abad Palace Museum) และอาคารสำนักงาน ภายหลังการปฏิวัติ พระเจ้าซาร์ได้ลี้ภัยและสิ้นพระชนม์ในอียิปต์ ส่วนพระราชินีฟาร่าห์ประทับอยู่ในฝรั่งเศส และพระราชโอรสประทับอยู่ในอเมริกา พระราชวังแห่งนี้ประกอบด้วยตำหนักต่าง ๆ ถึง 7 หลัง บนเนื้อที่กว้างใหญ่กว่า 410 เฮกต้าร์ (ประมาณ 1,000,000 ตารางเมตร) ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นและอากาศดี

















































ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin

  • Sa’ad Abad Complex: เดิมทีถูกสร้างขึ้นโดยราชวงศ์กอจาร์และขยายต่อในสมัยปาห์ลาวี ปัจจุบันเป็นสถานที่สำคัญทางการทูตและพิพิธภัณฑ์ที่มีเนื้อที่มหาศาลกว่า 1 ล้านตารางเมตร
  • Iranian Revolution (1979): เหตุการณ์สำคัญที่เปลี่ยนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นสาธารณรัฐอิสลาม ส่งผลให้พระราชวงศ์ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศตามที่ท่านอาจารย์ระบุ
  • Leaders of Iran: รายชื่อผู้นำตั้งแต่อะยาโตเลาะฮ์ โคไมนี จนถึงมะมูดห์ อะห์มาดิเนจัด ช่วยสร้าง Timeline ที่ชัดเจนให้กับผู้อ่านที่สนใจการเมืองตะวันออกกลาง
  • Historical Legacy: การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าซาร์ในอียิปต์ และการประทับของพระราชินีฟาร่าห์ในฝรั่งเศส เป็นรายละเอียดเชิงประวัติศาสตร์ที่ช่วยยืนยันสถานะการลี้ภัยทางการเมืองในระดับสากล