ภาพสะท้อนหริภุญไชยกลางแอ่งแม่น้ำวัง: ถอดรหัสตำนาน "วัดเวียง" ยุคพระนางจามเทวี กับสายสัมพันธ์สามจอมธาตุ
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันศุกร์ที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ (ทริป เถิน - ลำปาง)
ตอน: ..."วัดเวียง ยุคตำนาน"
เนื้อหาต้นฉบับ - จัดข้อความให้เป็นระเบียบ
11.00 น. ออกจากวัดอุมลอง ไปกินก๋วยเตี๋ยว "ปื้นกะล่าง" ต.ล้อมแรด ในเมืองเถิน เป็นก๋วยเตี๋ยวแบบชาวบ้าน (อิ่มแต๊เตี๋ยวรสเยี่ยม) รสชาติ เข้าที่เลย ไม่ต้องเติมเครื่อง และสั่งเพิ่ม เพราะชามใหญ่ ตามด้วย กาแฟมีแอร์เย็น ๆ ที่ ร้าน Mixirista Coffee ริมถนนพหลโยธิน แล้วไปหลบอากาศร้อน ในที่พัก Silver Place ประมาณ ๑.๓๐ ชม.
จึงออกมา เที่ยวชมวัดที่ ๓ คือ "วัดเวียง"
วัดเวียง เป็นวัดเก่าแก่ศูนย์กลางของเมืองเถินในอดีต ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเถิน หรือเมืองป้อม ประวัติตามตำนานวัด อ้างไปถึงปี พ.ศ. ๑๑๕๗ เจ้าดาวแก้วไข่ฟ้า เจ้าเมืองเถิน ร่วมกับพระนางจามเทวี ร่วมกันก่อสร้าง วัดเวียงแห่งนี้
หลักฐาน คือ ขนุนที่พระนางจามเทวีปลูกไว้ ต้นหนึ่ง เรียกว่า "ขนุนนางจามเทวี" และกล่าวโยงไปถึง ต้นขนุนจามเทวี อื่น ๆ อีก ๒ ต้น ที่ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ๑ ต้น วัดพระธาตุลำปางหลวง ๑ ต้น
เรื่องราวนี้เป็นตำนาน เพื่อทำให้สถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่มากขึ้น ตามกระแสเส้นทางเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของชุมชน หรือสายเส้นทางที่เชื่อมโยงกันของชาวหริภุญไชย (ลำพูน) โดยมี พระนางจามเทวี วีรสตรีซึ่งนับถือเป็นบุคคลในอุดมคติ ของกลุ่มชาติพันธุ์มอญเมืองหริภุญไชย (ลำพูน) โดยเฉพาะ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการค้นพบโบราณสถาน โบราณวัตถุใด ที่สามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง ขึ้นไปถึงยุคสมัยพระนางจามเทวี ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๓ - ๑๖ ได้
นอกจากเส้นทางการเดินทาง จากเมืองลำพูน มาตามแม่น้ำลี้ สู่เมืองเถิน และ เชื้อสายชาวลำปาง ( พุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗) ที่สืบทอดมาจากมอญ ยุค "เจ้าอนันตยศ" พระราชโอรสฝาแฝดผู้น้อง ที่ส่งมาสร้างเมือง "ลัมภางค์นคร (ลำปางหลวง)" เพื่อแยกกับ "มหันตยศ" แฝดองค์พี่ ที่โปรดฯ ให้ครองเมืองลำพูน
ตำนานดังกล่าว จึงน่าจะเกิดขึ้นหรือเขียนขึ้น โดย ผู้เขียนพงศาวดารเมืองเถิน ซึ่งอาจจะเป็นครูบาอาทิตย์ (พระมหาเถรสังฆทิตย์) ซึ่งเป็นพระสงฆ์ ผู้ศึกษาเล่าเรียนมาจาก สำนักวัดพระธาตุลำปางหลวง และเป็นผู้ค้นพบหรือรื้อฟื้นเมืองเถินนี้ขึ้นอีกครั้ง ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ ๒๓ (หลังสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง/อยุธยา) ลงมาแล้ว
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin
- Sacred Geography & Tree Lore (ภูมิศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์และคติความเชื่อเรื่องต้นไม้ประวัติศาสตร์): การสืบสาวราวเรื่องเชื่อมโยงตำนาน "ต้นขนุนนางจามเทวี" สามต้นที่อยู่ ณ วัดเวียง (เมืองเถิน), วัดพระธาตุดอยสุเทพ (เชียงใหม่) และวัดพระธาตุลำปางหลวง (ลำปาง) ถือเป็นรูปแบบการสร้าง พื้นที่ร่วมทางวัฒนธรรมศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Network) โดยใช้ไม้มงคลนามอย่าง "ขนุน" (สื่อถึงการเกื้อหนุน ค้ำจุน) เป็นตัวแทนเชื่อมโครงข่ายอารยธรรมจากศูนย์กลางนครหริภุญไชยลงมาตามเส้นทางคมนาคมโบราณ
- Môn-Hariphunchai Cultural Identity (อัตลักษณ์วัฒนธรรมมอญหริภุญไชย): ข้อวิเคราะห์ของท่านอาจารย์ระบุว่าพระนางจามเทวีเป็น "บุคคลในอุดมคติ" (Idealized Heroine) ของกลุ่มชาติพันธุ์มอญ ถือเป็นความถูกต้องทางคติชนวิทยาอย่างยิ่ง เนื่องจากการสร้างเครือข่ายเมืองและรัฐบริวารในเขตแม่น้ำปิงและแม่น้ำวัง ล้วนสะท้อนสายสัมพันธ์ของเครือญาติผู้นำและการคมนาคมข้ามลุ่มน้ำ โดยอาศัยเส้นทางธรรมชาติคือ ลุ่มแม่น้ำลี้ ที่ตัดทะลุผ่านช่องเขาจากลำพูนลงมาสู่แม่น้ำวังที่เมืองเถิน
- Founding Myths vs Archaeological Evidence (ตำนานเมืองสร้างกับหลักฐานทางโบราณคดี): ตามที่ท่านอาจารย์ตั้งข้อสังเกตเชิงวิทยาศาสตร์ประวัติศาสตร์ว่า ยังไม่พบวัตถุหลักฐานที่ขึ้นไปถึงยุคพุทธศตวรรษที่ 13-16 สอดคล้องกับโครงสร้างผังเมืองของวัดเวียงที่มีลักษณะเป็น "เมืองป้อม" หรือเมืองในกำแพงคูเมือง (Walled and Moated Town) ซึ่งมักเป็นรูปแบบที่เจริญรุ่งเรืองและเด่นชัดในยุคจารีตถัดมา ส่วนตำนานเรื่อง "เจ้าอนันตยศ" ที่มาสร้างเมืองลัมภางค์นคร (บริเวณวัดพระธาตุลำปางหลวง) นั้น ถือเป็นหมุดหมายของการกระจายอิทธิพลทางวัฒนธรรมมอญหริภุญไชยเข้าสู่แอ่งลำปางและขยายลงมาทางใต้จนถึงแอ่งเถิน
- Intellectual Lineage of Monk Chronicles (สายธารวิชาการของพระสงฆ์ผู้รจนาพงศาวดาร): การที่ท่านอาจารย์เชื่อมโยงว่าตำนานนี้อาจเรียบเรียงขึ้นโดย ครูบาอาทิตย์ (พระมหาเถรสังฆทิตย์) ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 23 จัดเป็นข้อวิเคราะห์ที่เฉียบคมมากในเชิงประวัติศาสตร์วรรณกรรม เนื่องจากครูบาอาทิตย์เป็นผู้สืบทอดความรู้มาจาก สำนักวัดพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาปริยัติธรรมและการจารึกคัมภีร์ใบลานที่ยิ่งใหญ่ในขณะนั้น การรื้อฟื้นเมืองเถินที่เคยร้างหลังยุคศึกอยุธยา-เชียงใหม่ จึงต้องอาศัยการรจนาหรือผูกตำนาน "จามเทวีวงศ์" เพื่ออธิบายสิทธิธรรมของพื้นที่ (Legitimacy of Place) และดึงโครงข่ายความศักดิ์สิทธิ์จากลำปางหลวงและลำพูนลงมาประทับไว้ ณ ศูนย์กลางเมืองป้อมแห่งนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น