รอยศรัทธาปีขาลบนม่อนวัวนอน: ถอดรหัสภูมิสถาปัตยกรรมและบารมีครูบาเจ้าศรีวิชัย ณ "วัดดอยป่าตาล" เมืองเถิน
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันศุกร์ที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ (ทริป เถิน - ลำปาง)
ตอน: ..."วัดดอยป่าตาล"
เนื้อหาต้นฉบับ - จัดข้อความให้เป็นระเบียบ
ออกจากวัดล้อมแรด เดินทางต่อไปถึงวัดที่ ๕ สำหรับวันนี้ "วัดดอยป่าตาล" ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปทางทิศตะวันตก บนดอยเล็ก ๆ ดอยหนึ่ง มีทางเดินขึ้นเป็นบันได แต่พวกเราเลือกที่จะไปทางรถ ขึ้นไปถึงวัดบนดอยเมื่อเวลา 16.35 น. จอดรถแล้วเดินต่อไปที่วิหาร
วัดดอยป่าตาล ตั้งอยู่ในเขตตำบลเถินบุรี ตำนานเล่าว่า ในอดีตชาติของพระโพธิสัตว์ เมื่อเสวยพระชาติเป็นพญาวัว อันกำเนิดมาแต่พ่อแม่วัวแดง ฝูงพ่อแม่วัวแดง ได้เดินทางรอนแรมมาจนถึงป่าด้านตะวันตกแม่น้ำวัง อันเป็นที่อาศัยของสัตว์นานาชนิด มียักษ์ใหญ่ ๓ ตน รักษาขุมแก้ว เงิน ทองคำ ฝูงพ่อแม่วัวได้มานอน ที่ดอยแห่งนี้ จึงเรียก ดอยนี้ ว่า “ม่อนวัวนอน” ดังนั้น จึงไม่แปลกที่เห็นรูปวัวหมอบนอน ทั่วไปหมด
ในปีขาล พ.ศ. ๒๔๖๙ ( ปีที่ ๒ ในรัชกาลที่ ๗ ) ครูบาเจ้าศรีวิชัย หรือ ครูบาศิลธรรม อายุครบ ๔๘ พรรษา ได้นำคณะสานุศิษย์ เดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะศรัทธาในอำเภอเถิน และอำเภอใกล้เคียง ร่วมกันสร้างสิ่งต่าง ๆ เช่น เจดีย์ และ วิหาร
โดยวิหารหลวง มีลักษณะเป็นวิหารก่ออิฐถือปูน หน้าบันด้านหน้าแกะลวดลายก้านขดพรรณพฤกษา เทพพนม และ เสือ (ปีขาล) พ.ศ ๒๔๒๑ ( ปีที่ ๑๑ ในรัชกาลที่ ๕ ) ) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ปีเกิดของครูบาเจ้าศรีวิชัย นั้นเอง
ด้วยสภาพภูมิประเทศ ทำให้พระธาตุเจดีย์อยู่ทางด้านหน้าของวิหาร ที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ไม่ได้อยู่ด้านหลัง (ตะวันตก) ของวิหาร ตามรูปแบบโดยทั่วไป
คณะเราเดินไปเข้าทางประตูด้านหน้า ที่มีตุ๊เจ้าเปิดประตูวิหารรออยู่แล้ว ตุ๊เจ้าเล่าถึงอภินิหารของพระธาตุเจดีย์ ว่า วันดีคืนดีจะมีคนเห็นดวงแก้ว (พระธาตุเสด็จ) ไปทางวัดเวียง บ้าง เสด็จมาจากวัดเวียงสู่ดอยป่าตาลนี้บ้างเป็นอัศจรรย์
คณะเราร่วมกันทำบุญถวายปัจจัยแก่ตุ๊เจ้าอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับลงมาทางบันไดแบบสบาย ๆ
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin
- Sacred Topography & Local Myth (ภูมิศาสตร์ศักดิ์สิทธิ์และคติชนนิทานประจำถิ่น): ตำนานพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็น พญาวัวแดง และการตั้งชื่อศาสนสถานบนยอดดอยว่า "ม่อนวัวนอน" สอดคล้องกับคติการอธิบายชัยภูมิหรือชื่อบ้านนามเมืองในอดีต (Folk Etymology) ซึ่งเป็นกลวิธีสร้างความจำและสร้างพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำวัง การสร้างประติมากรรมรูปวัวหมอบนอนกระจายอยู่ทั่วบริเวณวัด ถือเป็นสัญญะตอกย้ำความเชื่อเรื่องชาดกท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา
- The Era of Kruba Srivichai (สถาปัตยกรรมยุคบารมีตนบุญแห่งล้านนา): บันทึกของท่านอาจารย์ในปี พ.ศ. 2469 ซึ่งเป็นปีขาล สัมพันธ์โดยตรงกับปีนักษัตรประสูติของ ครูบาเจ้าศรีวิชัย (ท่านประสูติปีขาล พ.ศ. 2421) การที่ท่านนำคณะศรัทธาในอำเภอเถินและหัวเมืองใกล้เคียงมาร่วมสมทบกัลปนาสร้างเจดีย์และวิหารหลวง เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของ "ขบวนการบูรณปฏิสังขรณ์ศาสนสถาน" ทั่วแผ่นดินล้านนาของครูบาศรีวิชัย เพื่อรื้อฟื้นฟูจิตใจชุมชนในฐานะศูนย์รวมศรัทธา
- Zodiacal Iconography (สัญลักษณ์วิจิตรศิลป์ปีนักษัตร): งานประดับ หน้าบัน (Tympanum) ของวิหารหลวงที่เป็นลายปูนปั้นหรือแกะสลักรูป ก้านขดพรรณพฤกษา (Foliage Motif) และเทพพนม แทรกด้วยรูป เสือ (ปีขาล) เป็นการผสานคติสัญลักษณ์ (Iconography) เพื่อระลึกถึงปีเกิดและจารึกบารมีธรรมขององค์ครูบาเจ้าศรีวิชัยไว้ในงานสถาปัตยกรรมอย่างแยบคาย
- Anomalous Orientation (การปรับเปลี่ยนผังเพื่อรับภูมิสัณฐาน): ข้อสังเกตของท่านอาจารย์ในทางสถาปัตยกรรมศาสตร์น่าสนใจมาก เนื่องจากโดยทั่วไปผังวัดล้อมแรดหรือวัดล้านนามักวางพระธาตุเจดีย์ไว้ด้านหลัง (ทิศตะวันตก) ของวิหารประธาน แต่ที่วัดดอยป่าตาลกลับมี พระธาตุเจดีย์อยู่ทางด้านหน้าวิหาร (ทิศตะวันออก) ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าการปรับผังตามสัณฐานวิทยาของพื้นที่ภูเขา (Topographical Adaptation) ช่างเลือกที่จะหันหน้าวิหารลงสู่ที่ราบทิศตะวันออกเพื่อเปิดรับทางขึ้นและสายตาของผู้เข้าสู่ตัววัด แม้จะต้องเปลี่ยนตำแหน่งเจดีย์ประธานก็ตาม
- Miraculous Network (เครือข่ายความศักดิ์สิทธิ์ผ่านปรากฏการณ์พระธาตุเสด็จ): คำบอกเล่าของตุ๊เจ้า (พระสงฆ์) เรื่องดวงแก้วหรือ พระธาตุเสด็จ (Relic Radiance) ลอยข้ามไปมาระหว่างวัดดอยป่าตาลและวัดเวียง สะท้อนถึงการเชื่อมโยงระบบความเชื่อแบบดั้งเดิมที่ผูกพันกันระหว่างวัดบนยอดดอย (พื้นที่ป่า/วิปัสสนา) และวัดใจกลางเมืองป้อม (พื้นที่เมือง/ศาสนจักรศูนย์กลาง) สถาปนาให้พื้นที่ทั้งสองมีความศักดิ์สิทธิ์ร่วมกันทางจิตวิญญาณ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น