จากตำนานท่าสรงสองเทวีสู่จารึกปีจัดระเบียบเมือง: แกะรอยประวัติศาสตร์ "วัดท่านาง" ในยุคเปลี่ยนผ่านมณฑลเทศาภิบาล
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันเสาร์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ (ทริป เถิน – ลำปาง ๒๓-๒๗ เมษายน ๒๕๖๙)
วันที่ ๓ ตอน ๒: ..."วัดท่านาง"
เนื้อหาต้นฉบับ - จัดข้อความให้เป็นระเบียบ
วัดท่านาง ตั้งอยู่ ในเขตตำบลล้อมแรด เช่นเดียวกัน
ตามประวัติ กล่าวว่า บริเวณวัดนี้ เคยเป็นที่ประทับอาศัยของเจ้าแม่จอมเทวี และ เจ้าแม่จันต๊ะเทวี สองพี่น้อง อาศัยอยู่ และชอบไปเล่นน้ำที่ท่าน้ำวัง จึงเรียกหมู่บ้านนี้ว่า บ้านท่านาง
ต่อมามีเจ้าพ่อตำหนัก, เจ้าพ่อคำลือ, เจ้าพ่อสุนันตา และเจ้าพ่อศิริชัย มาครองเมืองเถิน ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้นที่เนินแห่งหนึ่ง ให้ชื่อว่า 'วัดท่านาง'
ช่วง พ.ศ.๒๔๓๔ - พ.ศ.๒๔๓๖ เมืองเถิน เป็นหัวเมืองชั้นในของสยาม ขึ้นกับมณฑลลาวเฉียง เมืองนครเชียงใหม่ มี พระเมืองไชยราชา (เจ้าหนานอินทรศ) เป็น เจ้าเมืองเถิน และ เปลี่ยนมาเป็น ผู้ว่าราชการเมืองเถินบุรี คนแรก แต่มี หลวงประสงค์เกษมราษฎร์ เป็นข้าหลวงจากสยาม มาประจำกำกับเมืองเถิน อีกชั้นหนึ่ง
จนในปี พ.ศ.๒๔๔๖ (ปีที่ ๓๖ ในรัชกาลที่ ๕ ) จึงยุบเมืองเถินลง ไป รวมไปเข้ากับเมืองนครลำปาง
หลังจากยุบเมืองเถิน ไปขึ้นกับนครลำปางแล้ว ได้ ๕ ปี ในปี พ.ศ.๒๔๕๑ ( ปีที่ ๔๑ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ) จึงมีหลักฐานการสร้างวัดท่านาง เป็นจารึก ที่เจดีย์ประธานของวัด ว่า “สร้างขึ้นใน ปี พ.ศ.๒๔๕๑” จึงอาจกล่าวได้ว่า "วัดท่านาง" สร้างขึ้นในปีนี้ หรือ ช่วงระยะที่เมืองเถิน กำลังมีการเปลี่ยนแปลงจัดระเบียบการปกครองหัวเมืองใหม่ ในช่วงปลายรัชกาลที่ ๕
“โรงจำศีล ศรัทธานางลูกจันสร้างสิ้นเงิน ๖๐๐ บาท
อุทิศส่วนบุญถึงเตี่ยฉ่ำแม่บุญทองด้วยเทอญ ๒๙/๗/๒๔๗๕”
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin
- Folk Etymology & River Culture (คติชนนิทานอธิบายชื่อบ้านนามเมืองและวัฒนธรรมสายน้ำ): ตำนานเกี่ยวกับ เจ้าแม่จอมเทวี และ เจ้าแม่จันต๊ะเทวี สองพี่น้องที่ชอบลงเล่นน้ำในแม่น้ำวัง จนกลายเป็นที่มาของชื่อ "บ้านท่านาง" สะท้อนวิถีชีวิตของชุมชนโบราณที่ผูกพันกับอุทกวิทยาและการคมนาคมทางน้ำ ขณะที่กลุ่มรายนามผู้ครองเมืองยุคถัดมา เช่น เจ้าพ่อตำหนัก, เจ้าพ่อคำลือ, เจ้าพ่อสุนันตา และเจ้าพ่อศิริชัย ที่ร่วมกันสร้างวัดบนเนินดิน (Topographical Mound) ได้เปลี่ยนผ่านสถานะทางอารยธรรมจากเรื่องเล่าท้องถิ่นมาสู่การเป็นระบบผีอารักษ์เมืองหรือวีรบุรุษในตำนาน (Hero Cult/City Guardians) ที่ปกปักรักษาชุมชนล้อมแรด
- Monthon Lao Chiang Era (ยุคมณฑลลาวเฉียงและข้าหลวงสยาม): ข้อวิเคราะห์ช่วงปี พ.ศ. 2434 - 2436 ของท่านอาจารย์ ขยายภาพประวัติศาสตร์การเมืองช่วง การปฏิรูปส่วนภูมิภาค (Administrative Centralization) ได้อย่างแม่นยำยิ่ง ในช่วงเวลานั้นเมืองเถินมีสถานะเป็นหัวเมืองชั้นในที่ขึ้นตรงต่อ มณฑลลาวเฉียง (ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นมณฑลพายัพในเวลาต่อมา) มีการตั้งตำแหน่ง ผู้ว่าราชการเมืองเถินบุรี โดยส่งข้าหลวงส่วนกลางจากกรุงเทพฯ คือ หลวงประสงค์เกษมราษฎร์ มากำกับดูแลร่วมกับเจ้าเมืองเดิมคือ พระเมืองไชยราชา (เจ้าหนานอินทรศ) เพื่อเปลี่ยนผ่านระบบกินเมืองแบบดั้งเดิมเข้าสู่ระบบเทศาภิบาล
- Administrative Reorganization (การยุบรวมเมืองจัดระเบียบปกครอง): การปรับปรุงโครงสร้างครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2446 ด้วยการยุบเมืองเถินไปรวมเข้ากับเมืองนครลำปาง เป็นการจัดกลุ่มเมืองขนาดเล็กให้ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินมีความกระชับและรวมศูนย์อำนาจได้เบ็ดเสร็จขึ้นในช่วงกึ่งกลางยุคอาณานิคมรายล้อม
- Epigraphy & Architectural Chronology (หลักฐานประจักษ์ทางจารึกและความสัมพันธ์เชิงเวลา): การที่ท่านอาจารย์ค้นพบหลักฐาน จารึกที่เจดีย์ประธาน (Stupa Inscription) ระบุศักราชชัดเจนตรงกับปี พ.ศ. 2451 (หลังจากยุบรวมเมือง 5 ปี) ถือเป็นข้อยืนยันทางโบราณคดีที่สำคัญยิ่ง การสถาปนาศาสนสถานหรือเจดีย์ประธานในเวลานี้ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างวัดเพื่อการจำศีลภาวนา แต่ในเชิงสังคมวิทยา คือหมุดหมายของการแสดงความมั่นคงและความร่วมมือของชุมชนในท้องถิ่นที่สะท้อนผ่านสิ่งก่อสร้าง แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ระบบโครงสร้างการเมืองส่วนบนกำลังสั่นคลอนและเปลี่ยนผ่านอย่างรุนแรงในช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ก็ตาม
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น