รอยพรางสงครามสู่สวนสร้างสรรค์: แกะรอยประวัติศาสตร์ "สะพานดำ" และการชุบชีวิตพื้นที่รถไฟนครลำปาง
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันศุกร์ที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙ (ทริป เถิน - ลำปาง)
[เนื้อหาต้นฉบับ (เรียบเรียงใหม่)]
ย้อนไปในอดีตยามที่กองทัพญี่ปุ่นเคลื่อนพลเข้าสู่ประเทศไทยและตั้งกองบัญชาการที่จังหวัดลำปาง พร้อมทั้งยึดกิจการของชนชาติฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้เมืองลำปางตกเป็นเป้าหมายในการโจมตีและทิ้งระเบิด หลายครอบครัวต้องอพยพไปอยู่นอกเมืองชั่วคราว อาคารร้านค้าในเมืองต้องนำยอดมะพร้าวมาพรางหลังคา หรือเอาสีดำมาทาตัวตึกเพื่อพรางตา เช่นเดียวกับสะพานเหล็กแห่งนี้ที่น่าจะมีการทาสีดำเพื่ออำพรางไม่ให้ตกเป็นเป้าของระเบิด จนกลายเป็นที่มาของชื่อ "สะพานดำ" (Black Bridge) มาจนถึงปัจจุบัน
ในอดีต สะพานนี้คือเส้นทางคมนาคมสัญจรสำคัญของชาว "นาก่วมเหนือ" (ฝั่งสถานีรถไฟ) ที่จะข้ามไปยังฝั่งบ่อแฮ้ว บ้านทับหมาก และบ้านดง โดยชาวบ้านจะนำพืชผักสวนครัวข้ามมาวางขายที่ ตลาดเก๊าจาว (ตลาดรัตน์) ซึ่งเป็นตลาดเช้าที่อยู่ติดกับทางรถไฟ ทว่าในปัจจุบันมีการสร้าง สะพานสบตุ๋ย เป็นสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำอยู่ใกล้ๆ กัน ซึ่งสะดวก ปลอดภัย และนำยานพาหนะข้ามได้ บทบาทการใช้สะพานดำในการสัญจรจึงลดน้อยลงไป
ด้วยเหตุนี้ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยร่วมกับจังหวัดลำปาง จึงได้ปรับปรุงภูมิทัศน์เปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่ารอบสะพานดำให้กลายเป็นสวนสาธารณะเพื่อการอนุรักษ์ โดยนำเอาอุปกรณ์รถไฟที่ชำรุดมาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะ เช่น การประกอบเป็นรูป "รถม้า" สัญลักษณ์ของเมืองลำปาง นับเป็นแนวคิดที่ดียิ่งในการบำรุงรักษาพื้นที่ประวัติศาสตร์ไว้ให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้ใช้ประโยชน์และพักผ่อนหย่อนใจ
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin
สรุปข้อมูลสนับสนุน เพื่อให้บันทึกของท่านอาจารย์เชื่อมโยงกับมิติประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและทิศทางการพัฒนาเมืองลำปาง
- สะพานเหล็กนี้สร้างขึ้นในช่วงสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ (หมายถึงโครงสร้างและเส้นทางรถไฟสายเหนือภาพรวมที่เสร็จสมบูรณ์ยุคนั้น) และถูกทาสีดำเพื่ออำพรางไม่ให้โดนระเบิด
- Kao Jao Market (ตลาดเก๊าจาว): เป็นหนึ่งในย่านชุมชนโบราณที่เติบโตมาพร้อมกับเส้นทางรถไฟสายเหนือ (เปิดเดินรถมาถึงลำปางในปี พ.ศ. 2459) คำว่า "เก๊าจาว" สันนิษฐานว่ามาจาก "ต้นขะจาว" (ต้นพะยอม) ที่เคยขึ้นอยู่หนาแน่นบริเวณนั้น
- Railway Assets Upcycling: การนำอะไหล่รถไฟเก่า (เช่น เศษเหล็ก หมุดล้อ ประแจสับราง) มาสลักและประกอบเป็นสถาปัตยกรรมลอยตัวรูป "รถม้า" สะท้อนถึงอัตลักษณ์ความเป็น "เมืองสร้างสรรค์" (Creative City) ของลำปาง ที่หยิบจับมรดกอุตสาหกรรม (Industrial Heritage) มาเล่าใหม่ได้อย่างมีเสน่ห์
- Sop Tui Connection: ย่านสบตุ๋ยที่อยู่ติดกัน ถือเป็นย่านเศรษฐกิจยุคโมเดิร์นแรกเริ่มของลำปาง สังเกตได้จากอาคารพาณิชย์ตึกแถวโบราณและสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากจีนและตะวันตก ซึ่งเติบโตควบคู่ไปกับการคมนาคมทางรถไฟ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น