โรคที่ทำให้นอนไม่หลับ : วัดใหม่ไชยวิชิต ตอนที่ ๒
จวนพระยาไชยวิชิต ( เผือก )
ซึ่งคงเป็นเรือนไม้ฝากระดาน
ตามแบบจวนเจ้าเมืองทั่ว ไป
ที่ไม่สร้างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน เทียมเจ้า นั้น
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรี ด้านทิศเหนือของพระราชวังหลวง
คือ ตำแหน่งที่ตั้งของวัดใหม่ไชยวิชิต ในปัจจุบัน
เพราะหลังจากสุนทรภู่กล่าวถึงจวนพระยาไชยวิชิตแล้ว
ไม่ได้แวะขึ้นหา
แต่ได้ล่องเรือเลยขึ้นมาจอดที่ท่าวัดหน้าพระเมรุ
ปากคลองสระบัว
ในช่วงระยะเวลาเดียวกันนั้น
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓
ราวปี พ.ศ. ๒๓๗๙ ( ตรงกับปีที่ ๑๓ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ )
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้
พระพิเรนทรเทพ (ขำ อินทรกำแหง ณ ราชสีมา)
เจ้ากรมพระตำรวจหลวง
บุตรชายเจ้าพระนครราชสีมา (ทองอินทร์ อินทรกำแหง ณ ราชสีมา)
( หมายเหตุ : ชื่อ - นามสกุล และ ตำแหน่ง มาใส่ภายหลัง)
ให้มาบูรณปฏิสังขรณ์วัด
เจ้าศรัทธาจึงตั้งนามวัดว่า “วัดขำเขมการาม”
อนึ่ง ในปีเดียวกันนี้
พระภิกษุ สุนทรภู่ แต่ง "นิราศวัดเจ้าฟ้า"
พญาไชยวิชิตสิทธิศาตรามะหาประเทศราชชาติเสนาธิบดี
( เผือก ) ยังดำรงตำแหน่งผู้รักษากรุงเก่า
และจวนของท่านก็น่าจะอยู่ที่เดิม และ
ครั้งนี้ พระภิกษุ สุนทรภู่ได้แวะหาพระยาไชยวิชิต
ดังในนิราศ ว่า...
"จะเลยตรงลงไปวัดก็ขัดข้อง
ไม่มีของขบฉันจังหันหุง
ไปพึ่งบุญคุณพระยารักษากรุง
ท่านบำรุงรักษาพระไม่ละเมิน
ทั้งเพลเช้าคาวหวานสำราญรื่น
ต่างชุ่มชื่นชวนกันสรรเสริญ
ทั้งสูงศักดิ์รักใคร่ให้เจริญ
อายุเกินกัปกัลป์พุทธนดร
ให้ครองกรุงฟุ้งเฟื่องเปรื่องปรากฎ
เกียรติยศอยู่ตลอดอย่าถอดถอน
ท่านอารีมีใจอาลัยวอน
ถึงจากจรจิตใจยังคิดคุณ
มาที่ไรได้นิมนต์ปรนนิบัติ
สารพัดแผ่เผื่อช่วยเกื้อหนุน
ต่างชื่นช่วยอวยกุศลผลบุญ
สนองคุณเจ้าพระยารักษากรุง"
หลังจาก พระภิกษุ สุนทรภู่ มาวัดแก้วฟ้า ได้ ๒ ปี
คือ ใน ปี พ.ศ.๒๓๘๑
พญาไชยวิชิตสิทธิศาตรามะหาประเทศราชชาติเสนาธิบดี
( เผือก ) ผู้รักษากรุง
ยังสร้างวิหารน้อย
(มีจารึกกล่าวไว้ในวิหารน้อย วัดหน้าพระเมรุ )
คลอบพุทธรูปหินนั่งห้อยพระบาท
ที่ พระอุบาลี นำมาจากลังกา
เมื่อครั้งไปประดิษฐาน พระพุทธศาสนา "อุบาลีวงศ์" หรือ "สยามวงศ์" ในลังกาประเทศ
เมื่อ ปี พ.ศ.๒๒๙๓ - พ.ศ.๒๒๙๕
แผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ
และ ประดิษฐาน ไว้ที่วัดมหาธาตุ
ที่ เรียกกันในปัจจุบัน ว่า "พระคันธารราษฎร์"
ดังนั้น พระยาไชยวิชิต (เผือก) "ผู้รักษากรุงเก่า"
ช่วงรัชกาลที่ ๓ พ.ศ.๒๓๗๑
(หลักฐานจากจารึกลูกแก้วทองเหลืองยอดเจดีย์ภูเขาทอง ที่ถูกฟ้าผ่าตกลงมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ )
ถึง พ.ศ.๒๓๘๑
( หลักฐานจากจารึกในวิหารน้อยวัดหน้าพระเมรุ)
แสดงให้เห็นว่า พระยาไชยวิชิต (เผือก )
ดำรงตำแหน่งผู้รักษากรุงเก่ามาโดยตลอด
หลังจากนั้น ไม่มีหลักฐานยืนยัน ว่า
พระยาไชยวิชิต (เผือก) ถึงแก่อนิจกรรม
หรือ มีผู้ใด มาเป็นผู้รักษากรุงเก่า ตลอดระยะเวลา ๑๓ ปี
จนสิ้นรัชกาลที่ ๓
และเป็นปีแรกของการขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ
ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ในปี พ.ศ.๒๓๙๔ เลย.
ดังนั้น หากพิจารณารูปแบบของสถาปัตยกรรม
"วัดใหม่ไชยวิชิต"
ว่า เป็นแบบพระราชนิยม ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แล้ว
วัดใหม่ไชยวิชิต จึงควรสร้างขึ้นในช่วงระยะเวลา ๑๓ ปี หลังจากหลักฐานที่ปรากฏ เป็นจารึกในวิหารน้อย กล่าวถึงนาม
"พญาไชยวิชิตสิทธิศาตรามะหาประเทศราชชาติเสนาธิบดี"(เผือก) ผู้รักษากรุง ท่านนี้ แล้ว จน ถึง สิ้นรัชกาลที่ ๓
ในปี พ.ศ.๒๓๙๔
อนึ่ง คำว่า "วัดใหม่" ในย่าน วัดหน้าพระเมรุ - วัดกุฎีทอง
มี ๒ วัด คือ "วัดใหม่ไชยวิชิต"
และ "วัดใหม่คลองสระบัว"
แต่ที่ค่อนข้างจะแน่ชัด คือ นามของวัดใหม่ไชยวิชิต ที่ยังมีการกล่าวถึง ชื่อ "ไชยวิชิต" แสดงให้เห็นว่า
วัดนี้ ๑.สร้างขึ้น ด้วย
ท่านผู้รักษากรุงเก่า (พระยาไชยวิชิต (เผือก)
เนื่องในโอกาส
อุทิศพื้นที่ "จวนเจ้าเมืองเก่า" สร้างเป็นวัด
แล้วย้ายจวนเจ้าเมืองผู้รักษากรุงเก่า ไปอยู่ในที่ใหม่
หรือ ๒. บุตรหลานญาติวงศ์ สร้าง
เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศล
ให้เป็นอนุสรณ์สถาน ถึง พระยาไชยวิชิต (เผือก)
จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่
แต่ควรสร้างขึ้นในสมัย
รัชกาลสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓
ขอบคุณ ภาพประกอบจาก Google
ภาพเขียนในวัดทีปทุตตมาราม เกี่ยวกับ การประดิษฐานพระสงฆ์สยามวงศ์ในลังกาทวีป
ความในจารึกตอนหนึ่งว่า "ประดิษฐานพระปฏิมาหินเทศ ตำแหน่งเดิมอยู่ที่วัดหน้าพระธาตุ พระคันธานุราชศิลา มาแต่เมืองลังกา เมื่อครั้งพระอุบาลี ไปอุปสมบทบรรพชาชาวลังกาประเทศ ในสมัยอยุธยาบุรีรมย์"
พระปฏิมาหินเทศ ตำแหน่งเดิมอยู่ที่วัดหน้าพระธาตุ ข้อความในจารึก ตอนหนึ่งว่า พระคันธานุราชศิลา มาแต่เมืองลังกา เมื่อครั้งพระอุบาลี ไปอุปสมบทบรรพชาชาวลังกาประเทศ ในสมัยอยุธยาบุรีรมย์ ครั้นเสียศูนย์ช้านาน แล้ว พระวิหารหักพัง วัดรกร้างเป็นป่า จึงอาราธนามาไว้ในวัดพระเมรุราชบรมสาศฎารามเฉลิมคามะวาศรี
เจดีย์สมัยรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่หน้าพระอุโบสถ ซึ่งหมายถึงบุพการี หรือ บุคคลที่สำคัญของผู้สร้างวัด มิได้บรรจุพระสารีริกธาตุ หรือ พระธาตุ
เจดีย์ เล็ก รอบ ๆ พระพระอุุโบสถ เป็นเจดีย์บรรจุอัฐิ (อาจจะ) ของเครือญาติผู้สร้างวัด (พระยาไชยวิชิต )
พระประธานในพระอุโบสถ วัดใหม่ไชยวิชิต ภายหลังจากบูรณะ แล้ว
พระอุโบสถ วัดใหม่คลองสระบัว อยู่ฝั่งตรงข้ามกับป้อมท่าคัน พระราชวังโบราณ
หอระฆัง วัดใหม่คลองสระบัว











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น