วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ชีวิตชาวป่า เฒ่าโจง จอมสุภาษิต แห่งห้วยขาแข้ง บันทึกการเดินทางไปสำรวจแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี

"บันทึกการเดินทางไปสำรวจแควใหญ่ เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี"

ตอน : เฒ่าโจง จอมสุภาษิต แห่งห้วยขาแข้ง

ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒ มิถุนายน - ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๖

พรานนิคม กลับไปกินข้าวที่บ้านฝั่งตรงข้าม
แล้วกลับมาอีกครั้งพร้อมลูกเมีย อาวุธ และ
หมาล่าเนื้อ ชื่อ “ไอ้ตก”
ผู้พิชิตเสือลำบาก ยาว ๖ ศอก

พรานนิคม พาคณะของเราออกเดิน
ไปทางทิศตะวันออกเรียบริมลำห้วยขึ้นไปเรื่อย ๆ
ผ่านเกาะแก่งมากมาย
แก่งที่สำคัญแก่งหนึ่ง ชื่อ “แก่งคึกคัก”
เพราะแก่งนี้เองที่ทำให้
ใช้เรือขึ้นไปสำรวจลำห้วยขาแข้งไม่ได้

การเดินทางไม่ได้เป็นไปโดยราบรื่น
ต้องบุกป่าฝ่ารก
บางครั้งลุยน้ำ บางครั้งไต่ขอนไม้
ไปด้วยความทุลักทุเล

อาศัยธรรมชาติและเสียงนกที่ร้องอยู่ไกล ๆ
ช่วยลดความเหนื่อยอ่อนและความร้อนลงได้บ้าง

ในระหว่างทางที่เดินไป
ด้านฝั่งตรงข้ามของลำห้วยมีเพิงผาเล็ก ๆ อยู่ ๒ เพิง
บางเพิงมีหินงอกหินย้อยสวยงาม
แต่ก็อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำเหลือเกิน
เพิงผาเช่นนี้
อาจใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ในบางกรณีตามความจำเป็น

พ้นจากเพิงผาที่ ๒ ชั่วครู่ก็ถึงบ้านไร่ ๒ หลัง
ในบริเวณนี้ ที่ฝั่งตรงข้ามมีเพิงผาขนาดใหญ่
เหมือนเพิงผาตรงปากลำห้วยขาแข้ง
แต่อยู่ในระดับที่ต่ำมาก ในบางทีน้ำอาจท่วมถึงได้

จุดประสงค์ที่ให้พรานนิคมพาพวกเรามา คือ
การสำรวจถ้ำ
บนเขาฝั่งตรงข้าม สูงประมาณ ๔ เส้น ( ๑๖๐ เมตร)
แต่การที่จะเดินไปสู่เขาลูกนั้น
จำต้องข้ามลำห้วยไป
ไม่มีเรือ ไม่มีแพทั้งสิ้น จึงมีอยู่ทางเดียวเท่านั้น คือ

ลอยคอข้ามไป หรือ ไม่เช่นนั้น
ก็ไม่ต้องไปสำรวจ เดินทางกลับ

แต่ก่อนที่จะเดินทางกลับ
พวกเราแวะไปคุยกับชาวไร่ที่กระต๋อบกลางไร่ของ

“นายโจง อินทพรหม”
ได้ความรู้ใหม่ ๆ จากเฒ่าโจงผู้นี้มากมาย

ประวัติของนายโจง อินทพรหม
แต่เดิมไม่ได้เป็นชาวไร่ชาวป่า เช่นนี้
แกเป็นคนกรุงเทพฯ บ้านอยู่แถวคลองเตย

เคยเป็นทหารมหาดเล็กในสมัยรัชกาลที่ ๖

เป็นเพราะการดำเนินชีวิตที่แปลก ๆ
ทำให้นายโจงเบื่อกรุงเทพฯ
ออกมาทำมาหากินอยู่ในป่า

กินทุกอย่างที่หาได้ในป่า
ตั้งแต่ แย้ มังกรทอง (เหี้ย) และกวาง

แกใช้ชีวิตอย่างอิสระ
หาเมียกะเหรี่ยงขยัน ๆ ไว้ช่วยทำงาน
ข้าวปลาอาหารดูไม่ค่อยจะอนาธรณ์ร้อนใจกระไรนัก

ขอให้มีกัญชาบ้าง
ฝิ่นบ้างผสมกันบนเขียงไม้ข่อย
มีให้ดูดทุกวัน ก็พอเพียงแล้ว

แกขนสุภาษิตอะไรต่อมิอะไรให้บอก
มีทั้งที่ดีและไม่ดี
จึงขอคัดลอกไว้ในบันทึกนี้ด้วย เช่น

๑.สบายบักก็หนักบ่า

๒.บ้า ๕ จำพวก มี บ้ายอ บ้ายศ บ้ายัด และบ้า...

๓.เมา ๔ อย่าง มี เมาเหล้า เมายา เมากัญชา และเมานารี

แต่พอเราจะขยับตัวออกจากบ้าน
แกแถมท้ายมาอีกบทหนึ่ง
ให้ตรงกับสภาพภูมิประเทศ ว่า

“กะเหรี่ยงผู้หญิงนะ อย่าไปจีบให้เหนื่อยเปล่า
ชอบใจก็เอาเลยทีเดียวแหละ สำเร็จทุกราย”

ฟังดูก็น่าสนใจดี
แต่ตั้งแต่มายังไม่เห็นกะเหรี่ยงป่างาม ๆ เลย
ยกเว้นกะเหรี่ยงบ้านนาสวน
เพราะเป็นกะเหรี่ยงทันสมัยแล้ว

คงใช้เทคนิคของเฒ่าโจงได้ยาก



นายโจง อินทรพรหม, ห้วยขาแข้ง ๔ มิ.ย.๒๕๑๖

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น