วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569

ธรณีประตูแห่งจิตวิญญาณ: สัมผัส "ประตูอัลกุรอาน" (Qur'an Gate) สัญลักษณ์แห่งความแคล้วคลาด ณ เมืองชีราซ

 ธรณีประตูแห่งจิตวิญญาณ: สัมผัส "ประตูอัลกุรอาน" (Qur'an Gate) สัญลักษณ์แห่งความแคล้วคลาด ณ เมืองชีราซ

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 5)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
คณะเราออกจากสุสานพระเจ้าไซรัสมหาราช มุ่งหน้าเข้าสู่ เมืองชีราซ (Shiraz) แม้ระยะทางจะไม่ไกลนัก แต่การจราจรเริ่มหนาแน่นและต้องหยุดจอดที่จุดเช็กพอยต์เป็นระยะ "น้องปารย์" และ "ฟาม" ได้จอดรถให้พวกเราลงไปเก็บภาพความประทับใจกับ ประตูอัลกุรอาน (Qur'an Gate หรือ Darvazeh Qur'an)

ประตูเมืองแห่งนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เพื่อเป็นสัญลักษณ์สำคัญของการเข้าสู่เมือง ภายในมีรูปแกะสลักของกวีเอกแห่งชีราซประดับไว้ ประตูนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ทางเข้าสู่โลกภายนอกเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน "ธรณีประตูทางจิตวิญญาณ" ด้วยความเชื่อโบราณที่ว่า การเดินผ่านประตูที่มีคัมภีร์อัลกุรอานประดิษฐานอยู่ด้านบน จะนำพาการปกป้องคุ้มครองจากสวรรค์มาสู่นักเดินทางให้แคล้วคลาดปลอดภัย

สำหรับชาวเมืองชีราซ ประตูอัลกุรอานเป็นมากกว่าโบราณสถาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของมรดกทางวัฒนธรรม ความแข็งแกร่ง และอัตลักษณ์ที่หยั่งรากลึก และสำหรับนักท่องเที่ยวอย่างพวกเรา นี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางเข้าสู่จิตวิญญาณอันเปี่ยมด้วยบทกวีของชีราซอย่างแท้จริง























ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin ธรณีประตูแห่งจิตวิญญาณ "ประตูอัลกุรอาน" (Qur'an Gate)

  • Qur'an Gate (Darvazeh Qur'an): เดิมสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์บูยิด (Buyid dynasty) และมีการนำคัมภีร์อัลกุรอานไปวางไว้ที่ช่องด้านบนประตูเพื่อให้ผู้เดินทางผ่านไปมาได้รับพรรวมถึงความปลอดภัย
  • The Tradition of Passing Under the Qur'an: เป็นธรรมเนียมของชาวเปอร์เซียที่เมื่อจะออกเดินทางไกล สมาชิกในครอบครัวจะให้ผู้เดินทางเดินลอดใต้คัมภีร์อัลกุรอานเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งประตูเมืองแห่งนี้สะท้อนวัฒนธรรมดังกล่าวในระดับเมือง
  • Shiraz (The City of Poets): เมืองชีราซได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งกวี (City of Poets) เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของกวีเอกระดับโลกอย่าง ฮาเฟซ (Hafez) และ ซาดี (Saadi) ซึ่งท่านอาจารย์ได้สังเกตเห็นรูปแกะสลักกวีที่ประตูเมืองอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญ
  • Architectural Evolution: ประตูที่ท่านอาจารย์เห็นในปัจจุบันเป็นการบูรณะขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1949 หลังจากประตูเดิมชำรุดเสียหาย โดยยังคงรักษารูปแบบศิลปะอิสลามที่สง่างามเอาไว้

วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2569

สุสานไซรัสมหาราช: ปฐมบทแห่งจักรวรรดิเปอร์เซีย และศรัทธาที่กาลเวลา (และสงคราม) มิอาจทำลาย

 สุสานไซรัสมหาราช: ปฐมบทแห่งจักรวรรดิเปอร์เซีย และศรัทธาที่กาลเวลา (และสงคราม) มิอาจทำลาย

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 4)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
หลังจากเติมพลังด้วยคาบัฟไก่และน้ำพริกตาแดงมาม่าที่เป็นเมนูช่วยชีวิต คณะเราเดินทางต่ออีก 2 ชั่วโมงผ่านทะเลทรายคาวีร์และเทือกเขาที่มีรูปร่างแปลกตา จนเข้าสู่เขต พาซาร์การ์ด (Pasargadae) นครหลวงแห่งแรกของอาณาจักร อคีเมนิด (Achaemenid) ซึ่งก่อตั้งโดย พระเจ้าไซรัสมหาราช (Cyrus the Great) แม้ภายหลังพระองค์และพระโอรส (Cambyses) จะทรงย้ายราชธานีไปยัง เพอร์เซโพลิส (Persepolis) เนื่องจากชัยภูมิที่เหมาะสมกว่า แต่พาซาร์การ์ดยังคงความสำคัญในฐานะที่ตั้งของ สุสานพระเจ้าไซรัสมหาราช ทรงเป็นกษัตริย์ผู้รวบรวมอาณาจักรมีเดียน ลีเดีย และนีโอบาบิโลเนีย เข้าเป็นหนึ่งเดียว

ประวัติศาสตร์ระบุว่า เมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชกรีฑาทัพมาพิชิตจักรวรรดิเปอร์เซียและโค่นล้มกษัตริย์ดาริอุสที่ 3 พระองค์ทรงปรารถนาจะค้นหาสุสานแห่งนี้ ทว่าไม่ได้รับความร่วมมือจากชาวเปอร์เซียในขณะนั้น ทำให้สุสานของพระเจ้าไซรัสรอดพ้นจากการถูกขุดทำลายและคงอยู่เป็นอนุสรณ์สถานมรดกโลกให้เราได้เห็นจนถึงทุกวันนี้



































ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin สุสานไซรัสมหาราช

  • Tomb of Cyrus the Great: สุสานทรงพีระมิดขั้นบันไดฐาน 6 ชั้น สร้างจากหินปูนสีขาว มีสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานศิลปะจากดินแดนต่างๆ ที่พระองค์พิชิตได้ โดดเด่นด้วยความเรียบง่ายแต่แข็งแกร่ง
  • Pasargadae (UNESCO World Heritage): ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 2004 ในฐานะต้นแบบของสถาปัตยกรรมและสวนแบบเปอร์เซีย (Persian Garden) แห่งแรกของโลก
  • Alexander the Great’s Respect: ตามบันทึกของอาเรียน (Arrian) นักประวัติศาสตร์โบราณ เมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราชทรงค้นพบสุสานนี้ในภายหลัง พระองค์ไม่ได้ทำลาย แต่กลับทรงสั่งให้บูรณะและให้ความเคารพในฐานะกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่พระองค์ทรงยึดเป็นต้นแบบ
  • Cyrus Cylinder: พระเจ้าไซรัสไม่เพียงยิ่งใหญ่ในด้านการรบ แต่ยังทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ให้กำเนิด "ปฏิญญาสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของโลก" ผ่านจารึกทรงกระบอก (Cyrus Cylinder) ที่ประกาศมอบเสรีภาพแก่เชลยศึกและเสรีภาพทางศาสนา

มรดกที่มีลมหายใจ: ยลโฉม "ต้นไซเปรส ๔,๐๐๐ ปี" แห่งเมืองอาบาร์คูฮ์ (Abarkuh)

 มรดกที่มีลมหายใจ: ยลโฉม "ต้นไซเปรส ๔,๐๐๐ ปี" แห่งเมืองอาบาร์คูฮ์ (Abarkuh)

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 3)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
คณะเราล้อหมุนออกเดินทางแต่เช้าประมาณ ๘ โมงเศษ ไปตามทางหลวงสายเดิม จนกระทั่งเวลาเกือบ ๑๑ โมง ก็เข้าสู่เขต เมืองอาบาร์คูฮ์ (Abarkuh) เพื่อแวะชมสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า Zoroastrian Sarv หรือ Sarv-e-Abarkooh

มันคือต้นไซเปรส (Cypress) ที่ผ่านการพิสูจน์จากวงปีแล้วพบว่ามีอายุยืนยาวถึง ๔,๐๐๐ ปี (บางข้อมูลระบุว่าอาจถึง ๔,๕๐๐ ปี) แม้ตัวเลขจะดูน่าอัศจรรย์ใจจนเหลือเชื่อ แต่มันได้รับการจัดอันดับให้เป็นต้นไม้ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก โดยมีความสูงถึง ๘๒ ฟุต (ประมาณ ๒๕ เมตร)

แทบไม่น่าเชื่อว่าในพื้นที่ซึ่งดูเหมือนโอเอซิสกลางทะเลทรายแห่งนี้ จะมีแหล่งน้ำใต้ดินที่อุดมสมบูรณ์เพียงพอให้มันยืนต้นอยู่ได้ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุมานับพันปี ชาวอิหร่านคงให้การดูแลเป็นอย่างดี เพราะสภาพพื้นที่รอบๆ ต้นไม้ใหญ่ดูเป็นดินชุ่มน้ำและแฉะพอสมควร แสดงถึงระบบการจัดการน้ำที่ยอดเยี่ยมเพื่อรักษามรดกที่มีชีวิตชิ้นนี้ไว้

























ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin มรดกที่มีลมหายใจ: "ต้นไซเปรส ๔,๐๐๐ ปี" แห่งเมืองอาบาร์คูฮ์ (Abarkuh)

  • Sarv-e Abarkuh: หรือ "ไซเปรสแห่งอาบาร์คูฮ์" ถือเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแห่งชาติของอิหร่าน ต้นไม้ชนิดนี้คือสายพันธุ์ Cupressus sempervirens ซึ่งมีความทนทานสูงมาก
  • Symbol of Zoroastrianism: ในทางวัฒนธรรมเปอร์เซีย ต้นไซเปรสเป็นสัญลักษณ์ของความยั่งยืนและความเป็นอมตะ มักปรากฏในงานศิลปะและกวีนิพนธ์ของอิหร่าน และมีความเชื่อว่าถูกปลูกโดยศาสดาพยากรณ์โซโรอัสเตอร์
  • National Living Treasure: ปัจจุบันต้นไม้ต้นนี้ถูกเสนอชื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage) ในฐานะมรดกทางธรรมชาติที่มีความสำคัญทางจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์
  • Hydrology in Desert: การที่พื้นที่รอบต้นไม้ "ดินแฉะ" ตามที่ท่านอาจารย์สังเกตเห็น สะท้อนถึงภูมิปัญญาการรักษาระดับน้ำใต้ดินในเขตพื้นที่กึ่งทะเลทรายที่สืบทอดมาแต่อดีต

ความทรงจำในโอเอซิส: อำลาป้อมคาราวาน และรอยยิ้มที่ตกค้างกลางทะเลทรายยาซด์ (Yazd)

 ความทรงจำในโอเอซิส: อำลาป้อมคาราวาน และรอยยิ้มที่ตกค้างกลางทะเลทรายยาซด์ (Yazd)

ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 2)

[เนื้อหาต้นฉบับ]
ก่อนจากลาป้อมค่ายกองคาราวานในเขตเมืองยาซด์ ผมได้จารึกนามและความรู้สึกไว้ในสมุดเยี่ยมเล่มใหญ่เพื่อเป็นที่ระลึก ก่อนจะพากันออกมาสูดอากาศและถ่ายรูปรอบๆ ค่าย พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือน โอเอซิส (Oasis) ในทะเลทราย เพราะมีกลุ่มต้นไม้สีเขียวขจีอันเป็นเครื่องยืนยันถึงแหล่งน้ำที่หล่อเลี้ยงให้ที่พักแห่งนี้ตั้งอยู่ได้มานานนับร้อยปี

ภาพความทรงจำที่น่าเอ็นดูคือ สุนัขเฝ้ายามตัวหนึ่งที่นอนนิ่งอยู่นอกกุฏิหน้าที่เก็บน้ำ มันทำหน้าที่อย่างแข็งขันและดุดันเมื่อพวกเราเข้าใกล้แหล่งน้ำที่เจ้านายฝากให้ดูแล แต่กลับเปลี่ยนเป็นอาการประจบดีใจอย่างที่สุดเมื่อเจ้านายของมันปรากฏตัว เป็นธรรมชาติของความซื่อสัตย์ที่เหมือนกันหมดทั่วโลก

คณะของเราจากลาที่พักแห่งนี้ด้วยความเสียดาย แม้มันจะไม่ใช่ที่พักที่เลิศหรู และไม่ได้ลำบากอย่างที่ "น้องปารย์" และ "ฟาม" เคยหวาดหวั่น แต่มันคือการ "ย้อนรอย" เข้าไปสู่อดีตของกองคาราวานอย่างแท้จริง ความสุขของการเดินทางในต่างแดนครั้งนี้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวก แต่เกิดจากความเป็นกันเองและรสนิยมของนักเดินทางที่มีหัวใจดวงเดียวกัน










































ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin ความทรงจำในโอเอซิส: อำลาป้อมคาราวาน และรอยยิ้มที่ตกค้างกลางทะเลทรายยาซด์ (Yazd)

  • Oasis & Caravanserai Relationship: ในอดีต การสร้างคาราวานซารายไม่สามารถสร้างสุ่มสี่สุ่มห้าได้ จำเป็นต้องมีแหล่งน้ำใต้ดิน (Qanat) หรือโอเอซิสธรรมชาติเป็นที่ตั้ง การมีกลุ่มต้นไม้สีเขียวที่ท่านอาจารย์สังเกตเห็น คือสัญลักษณ์ของการมีชีวิตรอดในทะเลทราย
  • Cultural Heritage Tourism: เสน่ห์ของที่พักแบบนี้ถูกจัดอยู่ในหมวด "Experiential Travel" หรือการท่องเที่ยวเชิงสัมผัสประสบการณ์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพราะให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์มากกว่าโรงแรมสมัยใหม่
  • The Guard Dog of the Desert: สุนัขเฝ้ายามในอิหร่านมักเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นที่มีความทนทานต่ออากาศหนาวและร้อนจัดได้ดี การที่มันเฝ้า "แหล่งน้ำ" สะท้อนถึงทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในทะเลทราย
  • Sign-in Book (Guestbook): การเซ็นสมุดเยี่ยมในสถานที่ประวัติศาสตร์ เปรียบเสมือนการจารึกตัวตนลงในหน้าประวัติศาสตร์ของสถานที่นั้นๆ ซึ่งนักเดินทางผู้ทรงคุณวุฒิมักจะทิ้งแง่คิดดีๆ ไว้เสมอ