ภูมิปัญญาดินดิบและหอรับลม: เจาะลึกสถาปัตยกรรม "บ้านกล่อง" ท้าพายุทราย ณ เมืองยาซด์ (Yazd)
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 5)
[เนื้อหาต้นฉบับ]
การสังเกตบ้านเรือนของชาวบ้านทั่วไปในเมืองยาซด์ พบลักษณะการก่อสร้างที่น่าสนใจและสอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศทะเลทรายอย่างยิ่ง ตัวบ้านและรั้วมักสร้างด้วย อิฐสีขาว (Mud-brick) ที่ทำจากดินทราย ดูคล้ายอิฐดิบที่ไม่ผ่านการเผา ใช้โครงสร้างคานเหล็กแผ่นใหญ่เชื่อมต่อกันแทนเหล็กข้ออ้อยแบบบ้านเรา ส่วนปูนฉาบมีการผสมฟางหรือหญ้าช่วยยึดเกาะ ซึ่งเป็นวิธีการก่อสร้างที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยโบราณ
รูปทรงของอาคารเป็นทรงเหลี่ยมราบแบนดูคล้ายกล่อง ไม่มีหน้าจั่ว เนื่องจากพื้นที่แห้งแล้งฝนตกน้อย แต่ต้องเผชิญกับพายุทราย การออกแบบจึงเน้นความราบเรียบเพื่อลดแรงปะทะ ตัวอาคารส่วนหนึ่งจะถูกฝังจมลงไปใต้ดินเพื่อรักษาอุณหภูมิ และมักสร้างผนังทึบโดยไม่มีหน้าต่างมากนัก
หัวใจสำคัญของบ้านทุกหลังคือ "หอสูงดักลม" (Windcatcher) หรือช่องบนหลังคา เพื่อช่วยในการถ่ายเทอากาศและสร้างความเย็นภายในตัวบ้านเมื่ออุณหภูมิภายนอกสูง โดยช่องนี้สามารถปิดได้เมื่ออากาศเย็นลง นอกจากนี้ตามบ้านเรือนยังมีระบบเตาผิงและท่อระบายควันเตรียมพร้อมไว้สำหรับใช้ในฤดูหนาวที่หนาวจัดอีกด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin
- Badgir (Windcatcher): หอสูงที่ท่านอาจารย์สังเกตเห็น คือ "บัดกีร์" หรือหอรับลม ภูมิปัญญาเปอร์เซียโบราณที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องปรับอากาศธรรมชาติ โดยใช้หลักการความดันอากาศเพื่อดึงลมเย็นลงสู่ตัวบ้าน
- Vernacular Architecture: สถาปัตยกรรมแบบพื้นถิ่นที่ใช้ดิน (Earth Architecture) และวัสดุธรรมชาติ เช่น ฟางสับ (Straw) ผสมดินฉาบ (Kahgel) ช่วยเป็นฉนวนกันความร้อนได้ดีเยี่ยมในเขต Arid Climate
- Sun-dried Bricks (Adobes): อิฐดินทรายที่ไม่ผ่านการเผาช่วยลดการสะสมความร้อนจากแสงแดดจัดในตอนกลางวัน ซึ่งท่านอาจารย์สังเกตเห็นความแตกต่างจากอิฐเผาชัดเจน
- Underground Living (Sardab): การสร้างห้องฝังจมลงใต้ดิน หรือ "ซาร์ดาบ" เป็นวิธีดั้งเดิมในการหนีความร้อนระอุของทะเลทรายคาวีร์ (Kavir Desert) เพื่อให้คนในบ้านอยู่อาศัยได้อย่างสบาย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น