ปัจฉิมบทแห่งสังขาร: เยือน "หอคอยแห่งความเงียบ" (Tower of Silence) และสัจธรรมใต้ดวงตะวันลับขอบฟ้า
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 8)
[เนื้อหาต้นฉบับ]
คณะเราเดินทางออกจากวิหารไฟ มุ่งหน้าสู่ "หอคอยแห่งความเงียบ" (Tower of Silence) หรือ Dakhma ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาใกล้ทะเลทรายทางตอนใต้ของเมืองยาซ์ด สถานที่แห่งนี้คือร่องรอยอารยธรรมเปอร์เซียโบราณที่ประกอบพิธีศพตามความเชื่อของศาสนา โซโรอัสเตอร์ (Zoroastrianism)
ด้วยความศรัทธาในพระเจ้า อะฮูรา มาสดา (Ahura Mazda) และความเชื่อว่าร่างที่ไร้วิญญาณไม่ควรทำให้ดินอันบริสุทธิ์ต้องมัวหมอง จึงนำศพมาวางไว้บนหอคอยเพื่อให้เหล่านกแร้งได้ทำหน้าที่ตามธรรมชาติ จนเหลือเพียงโครงกระดูกที่สะอาดก่อนจะนำไปฝังหรือเก็บรักษาต่อไป ในอดีตญาติพี่น้องจะมาสร้างที่พักรออยู่ใกล้ ๆ หอคอยแห่งนี้ ทว่าปัจจุบันพิธีกรรมดังกล่าวได้ยุติลงและเปลี่ยนเป็นการฝังในสุสานบริเวณใกล้เคียงแทน
การจากลาสถานที่แห่งนี้ทิ้งความรู้สึก "ใจแป่ว" อย่างบอกไม่ถูก ผมมองเห็นภาพสะท้อนของ "ปัจฉิมวัย" ผ่านใบหน้าที่นิ่งเฉย สงบ และไร้ซึ่งความทะยานอยากของผู้คนที่ยังพำนักอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ใกล้สุสาน เพื่อรอเวลาลาลับโลกไป เช่นเดียวกับดวงตะวันที่ค่อย ๆ ลับเหลี่ยมหอคอยแห่งความเงียบสงบแห่งนี้ไปชั่วนิรันดร์
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin
- Dakhma (หอคอยแห่งความเงียบ): เป็นโครงสร้างทรงกลมยกระดับสูงเพื่อใช้ในพิธีศพแบบ "ท้องฟ้า" (Sky Burial) เพื่อป้องกันไม่ให้ศพสัมผัสกับธาตุศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ
- Ahura Mazda: พระเจ้าสูงสุดในศาสนาโซโรอัสเตอร์ ผู้เป็นสัญลักษณ์ของปัญญาและความดีงาม (Light and Wisdom)
- Modern Transition: รัฐบาลอิหร่านสั่งระงับพิธีศพบนหอคอยในช่วงทศวรรษที่ 1970 ด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัย ทำให้ชาวโซโรอัสเตอร์เปลี่ยนมาใช้การฝังในสุสานที่กรุด้วยคอนกรีตเพื่อไม่ให้ศพสัมผัสกับดินโดยตรง ตามที่ท่านอาจารย์สังเกตเห็นพื้นที่สุสานใหม่ใกล้ ๆ กัน
- Philosophy of Impermanence: บันทึกของท่านอาจารย์สะท้อนถึงหลัก มรณสติ ในพุทธศาสนาที่มาบรรจบกับสถานที่ต่างความเชื่อได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะการเปรียบเปรย "วัย" และ "ดวงตะวัน"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น