ไฟศักดิ์สิทธิ์พันปี: เยือนวิหารโซโรอัสเตอร์ (Fire Temple) มรดกแห่งศรัทธาที่ไม่มีวันดับ ณ เมืองยาซด์
ข้อความต้นฉบับโดย: ท่านอาจารย์ ปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์
บันทึกเมื่อ: วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553 (ช่วงที่ 6)
[เนื้อหาต้นฉบับ]
หลังจากออกจาก Jameh Mosque เราเดินทางต่อเพื่อไปยัง วิหารไฟ (Fire Temple) หรือ Atash Behram แหล่งรวมความเชื่อของลัทธิเก่าแก่ที่ยังคงสืบทอดอยู่ในเมืองยาซด์ ในวันที่เราไปถึงต้องเข้าทางประตูเล็กด้านข้างเนื่องจากประตูใหญ่ด้านหน้าปิด
วิหารแห่งนี้เป็นอาคารหลังเล็กที่แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองตอน พื้นที่ด้านในสุดเป็นที่ตั้งของ กระถางไฟศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Fire) ซึ่งเชื่อกันว่าไฟกองนี้ลุกโชนต่อเนื่องมานานนับพันปีโดยไม่เคยดับ เพราะมีสมณะหรือนักบวชคอยดูแลเติมเชื้อไฟมิให้ขาด พื้นที่ส่วนนี้ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไป
สำหรับผู้มาเยือนสามารถชมและถ่ายภาพได้จากห้องโถงด้านนอกผ่านกระจกกันกั้น ซึ่งภาพที่ได้อาจไม่ชัดเจนนักเนื่องจากกระจกค่อนข้างมัว อย่างไรก็ตาม บริเวณด้านหน้าอาคารมีสระน้ำรูปทรงกลมที่ทอดยาวไปถึงประตูหน้า มองเห็นเงาสะท้อนของอาคารบนผิวน้ำอย่างสวยงาม ท่ามกลางความร่มรื่นของแมกไม้สีเขียวขจีที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณวิหาร
ข้อมูลเพิ่มเติมโดย Admin
- Zoroastrianism (ศาสนาโซโรอัสเตอร์): หนึ่งในศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของโลกที่ยังมีการปฏิบัติอยู่ มีความเชื่อเรื่องการต่อสู้ระหว่างความดีและความชั่ว โดยใช้ "ไฟ" เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และปัญญาของพระเจ้า (Ahura Mazda)
- Yazd Atash Behram: วิหารไฟในเมืองยาซด์แห่งนี้มีความสำคัญระดับสูงสุด ไฟที่ประดิษฐานอยู่ภายในเชื่อว่าถูกจุดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 470 และถูกย้ายมายังสถานที่ปัจจุบันในปี ค.ศ. 1934
- Architectural Symbolism: สระน้ำหน้าอาคารที่ท่านอาจารย์สังเกตเห็น ไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่ในทางคติโซโรอัสเตอร์ น้ำและไฟคือองค์ประกอบสำคัญในการชำระล้างจิตใจ สถาปัตยกรรมจึงมักวางสระน้ำไว้หน้าวิหารไฟเสมอ
- Faravahar: เหนืออาคารวิหารมักมีสัญลักษณ์รูปมนุษย์มีปีก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนจิตวิญญาณและการเลือกทำความดีตามความเชื่อของชาวโซโรอัสเตอร์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น