"บันทึกการเดินทางไปสำรวจแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี"
ตอน :ตามหา "หม่องปะ" พรานใหญ่ แห่งเวียงสละ
วันอังคารที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๖
หลังจากรับประทานอาหารเช้า (ข้าวต้ม) แล้ว
พวกเราก็ขนเสบียง เป็นข้าวผัด ๗ - ๘ ห่อ ลงเรือ
ซึ่งในการเดินทางครั้งนี้
“คุณบุญธรรม” เป็นผู้จัดการให้เสร็จ
เรือ ที่จะต้องใช้เป็นพาหนะในการเดินทางต่อไปจากนี้
เป็นเรือหางยาวขนาดใหญ่
ใช้เครื่องเบ็นซ์ ขนาด ๖ สูบ ชื่อ “พิไลวรรณ”
๐๘.๓๕ น. ออกเดินทางจากท่าเรือที่เขื่อน
(ชาวบ้านเรียก ว่า “เขื่อนยันฮี” )
แล่นขึ้นไปตามลำน้ำแควใหญ่
ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ มากมายหลายแห่ง
ซึ่งผู้ขับจะต้องเป็นคนที่ สังเกตร่องน้ำเก่ง และชำนาญทาง
มิเช่นนั้นแล้ว เรืออาจจะเกยตื้นเองได้ง่าย ๆ เช่นเดียวกัน
ทิวทัศน์สองข้างทางเป็นป่าไผ่
บางแห่งก็เป็นหน้าผาสูงชัน
เหมือนมีใครไปตัดให้เรียบเป็นทางยาวไปตามริมแคว
แลเห็นชั้นดิน ชั้นหิน ได้อย่างชัดเจน
บางแห่งก็เป็นป่าทึบ บางแห่งมีหมู่บ้านเล็ก ๆ เป็นหย่อม ๆ
ชาวบ้านแถวนี้ ดูจะชอบทำสวนนุ่นกันมาก
เพราะตลอดทางที่ผ่านมาเห็นสวนนุ่นเป็นส่วนใหญ่
คนขับเรือ เมื่อห่างไกลขึ้นมาจากท่าเรือยันฮี
คนขับเรือดูจะไม่ชำนาญในร่องน้ำมากนัก
เพราะบางทีเรือวิ่งไปเกยตื้น
ต้องลงไปเข็นเรือให้พ้นจากแก่งให้เข้าร่องน้ำ
๑๒.๐๐ น. ตรง เมื่อไปถึงบ้านปากนาสวน
จอดเรือกินข้าวผัดกันตรงศาลาปากนาสวน
นับเป็นบรรยากาศที่เป็นไปอีกแบบหนึ่งที่ไม่เลวไปเสียทีเดียว
ที่บ้านปากนาสวน
มีหมู่บ้านกระเหรี่ยงอยู่หลายหลัง
เรากะกันว่าจะติดต่อหาเรือวิ่งต่อไป ปากแม่พลู (เวียงสละ)
เรือที่เราใช้มาตอนนี้
มีขนาดใหญ่เกินไปกว่าที่จะวิ่งผ่านร่องน้ำขึ้นไปได้อีก
เพราะนอกจากเส้นทางจะทวีความลำบาก
เนื่องจากน้ำในลำแควน้อยลงแล้ว
ยังจะเต็มไปด้วยเกาะแก่งที่เป็นอันตราย
ถ้าหากคนขับเรือไม่ชำนาญร่องน้ำแล้ว
อาจเกิดอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงได้
เราได้คนนำทาง และรับอาสาหาเรือได้คนหนึ่งที่ร้านค้า
ชื่อ “เล็ก” เป็นคนไทย
มีพื้นเพอยู่แถบนี้
แกพาเราไปหาเรือที่จะใช้ต่อไปปากแม่พลู หลายแห่ง
แต่ก็ไม่มีผู้ใดอาสาจะพาไป
ประจวบกับเวลานั้น ฝนตกหนักมาก
จึงต้องย้อนเรือกลับมาขึ้นที่ปากนาสวนใหม่
เพื่อวางแผนการที่จะเดินทางต่อไปในวันรุ่งขึ้น
เมื่อเราไม่ได้เรือที่จะเดินทางต่อ
จึงเปลี่ยนมาเป็นแผน
"การเดินเท้า"ต่อไปแทน
สอบถามได้ความว่า
การเดินทางจะต้องเริ่มออกแต่เช้าตรู่
ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๘ ชม.
กว่าจะถึงปากสวนพลู
แล้วเดินทางต่อเข้าไปเวียงสละ อีก ๔๕ นาที
เพื่อพบกับนายพรานชาวกะเหรี่ยง
ชื่อ “หม่องปะ”
ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการเดินในป่ามาก อายุประมาณ ๔๕ - ๕๐ ปี
พรานคนนี้ “เชษฐ์”
ได้รับคำแนะนำมาจากเพื่อนชาวกะเหรี่ยงคนหนึ่ง
ที่เคยทำงานด้วยกันที่แม่ฮ่องสอน
ดังนั้น ความหวังในการสำรวจของเราในดินแดนแถบนี้
จึงขึ้นอยู่กับ "หม่องปะ" คนนี้ เป็นส่วนสำคัญ
เป็นอันตกลงกันแน่นอน ว่า
เราจะออกเดินทางไปเวียงสละด้วยเท้า
ข้าพเจ้ารู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก
เพราะดูชีวิตจะเข้มข้นขึ้นสักหน่อย
ดูใกล้เหมือนนวนิยาย
เรื่อง “ล่องไพร” ของ น้อย อินทนนท์
ผมวาดภาพอย่างงดงามสำหรับการเดินทางในวันพรุ่งนี้
แต่วันนี้ เราคงต้องพักกันที่นี้ก่อนอย่างแน่นอน
เพราะถึงอย่างไร
เราก็คงออกไปจากที่บ้านนาสวนนี้ไม่ถึงไหนก่อนจะมืด
แต่แล้วความหวังของผม
ก็ต้องกลายเป็นอากาศธาตุไป
เมื่อ นายเล็ก สุขสำราญ
ได้พาเจ้าของเรือรายใหม่มา เป็นผู้หญิง
ดูเหมือนจะเป็นพี่น้องของแกเอง
เจ้าของเรือรายนี้ รับอาสาจะพาไปได้อย่างแน่นอน
เพราะเรือมีขนาดไม่ใหญ่มาก
และสามีก็ขับเรือขึ้นล่องผ่านแก่งจนชำนาญร่องน้ำแถวนี้มานาน
การต่อรองราคาจึงเริ่มขึ้น และตกลงกัน
ในราคา ๑๕๐ บาท
สำหรับ ค่าเรือ จากปากนาสวน ไป ปากแม่พลู ทั้งไปและกลับ
รวม ๒ เที่ยว
เริ่มเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้
ขอบคุณ ภาพประกอบสี จาก google
เส้นทางนั่งเรือหางยาว ขนาด ๖ สูบ จากเขื่อนเจ้าเณร ไปถึงบ้านปากนาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
เส้นทางลำน้ำแควใหญ่ พฤษภาคม ๒๕๑๖
เส้นทาง(โดยประมาณ) เรือหางยาวขนาดเล็ก จากบ้านปากนาสวน ไปถึงปากแม่พลู ใกล้กับบริเวณ ทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง เดินเท้าจากนี้ไปไม่ถึงวัน ก็เข้าเขตเมืองอุทัยธานี
บรรยากาศทุ่งใหญ่นเรศวร






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น