วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2563

อารมณ์สุนทรีย์ จาก เสียงดนตรี ธรรมชาติ กลางป่า ลุ่มน้ำแควใหญ่ กาญจนบุรี

 สำรวจเมืองกาญจนฯ (ต่อ)

"บันทึกการเดินทางไปสำรวจแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี"

ตอน :อารมณ์สุนทรีย์

ครั้งที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๒ มิถุนายน - ๑๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๖
วันศุกร์ ที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๑๖

เมฆหมอกยังคงปกคลุมอาณาบริเวณนั้นอยู่อย่างเคย
ตั้งแต่เช้าจนสาย หมอกจางห่างสลาย
กลายมาเป็นเมฆฝนที่ดำทมึน
ฟ้าคะนองก้องสท้านขุนเขาและป่าลุ่มแม่น้ำแควใหญ่

ชั่วขณะ ฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย
เมื่อฝนตกได้
บางสิ่งบางอย่างที่ดำเนินเป็นปรกติอยู่บนพื้นโลก
ก็ต้องหยุดชะงัก
เพราะอุปสรรคแห่งฝนนั้น

แต่ในขณะเดียวกัน
ความเจริญงอกงามของป่า
ก็เริ่มต้นด้วยความคึกคักและชุ่มฉ่ำ

สายฝนบรรเลงเพลงธรรมชาติอันไพเราะเพราะพริ้ง
ใบไผ่ใบไม้ระเริงเล่นเต้นใบ
ตามจังหวะแห่งเพลงฝน
ช้าบ้าง เร็วบ้าง

แต่เสียงเพลงแห่งน้ำที่ไพเราะเซาะแก่งหินนั้น
เป็นประดุจผู้ควบคุมเสียงเพลง
ที่คงเส้นคงวา

จังหวะและลีลายังคงทรงไว้ซึ่งอำนาจ
และความแน่นอน
แม้ว่าสายน้ำจะอ่อนพริ้ว
และหลอมเหลวเหมือนอิสตรี
เช่นนั้นก็ตาม

แสงแดดแผดกล้าขึ้นสลับกับเพลงฝน
เหมือนเร่งอารมณ์

ให้เร่าร้อนและโลดโผน

สร้างความกระตือรือร้นและกล้าหาญ
สร้างความหวัง

อย่างนักวิทยาศาสตร์ที่มีหลักเกณฑ์
และเหตุผลที่พิสูจน์ได้

ทฤษฎี ความจริง ข้อมูล การพิสูจน์ และ ผล
เป็นผลงานทางวิทยาศาสตร์
ที่แฝงมาในความสว่างแห่งแสงสุรีย์นั้น

แต่แล้วไม่นาน
เพลงฝนก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกวาระหนึ่ง

ในท่ามกลางแห่งแสงสุรีย์นั้น

ความอ่อนหวานในความแข็งกระด้าง
ความร้อนระอุในความชุ่มฉ่ำ

ทฤษฎีต้องการให้พิสูจน์
ตามหลักของวิทยาศาสตร์

แต่ในขณะเดียวกัน
ความละมุนและความเฉียบแหลม
ในสมองของมนุษย์ทางความคิด ก็ยังมีอยู่

ทั้งคู่ไปด้วยกันได้

วิทยาศาสตร์เกิดขึ้นจาก...มันสมองของมนุษย์

เมื่อเป็นฉะนี้ แล้วนี้หรือ คือ

ความจริงที่จะได้จากการพิสูจน์

ตราบใดที่เรายอมรับหลักวิทยาศาสตร์
เราจะยอมรับหลักแห่งความคิดของมนุษย์

บ้างไม่ได้เชียวหรือ

ทั้ง ๆ ที่ ฝนยังตกในท่ามกลางแดด
ได้เช่นเดียวกัน.


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น